
นักวิเคราะห์ฯคาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เปิดฉากโจมตีหนักหน่วงในตะวัรออกกลางที่ยังต้องจับตาว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ ทำให้นักลงทุนโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าไปไว้ที่สินทรัพย์ปลอดภัย แต่อาจเป็นแรงหนุนต่อหุ้นเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่อาจช่วยพยุงตลาดบ้านเราได้ พร้อมให้แนวต้าน 1,540 จุด แนวรับ 1,510
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าปรับตัวลงตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากปัจจัยกดดันจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ การโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งบานปลายไปสู่สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ ทำให้นักลงทุนโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงหนุนต่อในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่เด้งขึ้น น่าจะช่วยพยุงภาพรวมตลาดหุ้นบ้านเราได้เช่นกัน แต่ก็ยังคงต้องระวังความผันผวนของตลาดในวันนี้
โดยให้แนวต้าน 1,540 จุด แนวรับ 1,510 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (27 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,499.20 จุด เพิ่มขึ้น 17.05 จุด หรือ +0.03%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,908.86 จุด ลดลง 37.27 จุด หรือ -0.54% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,878.38 จุด ลดลง 273.69 จุด หรือ -1.18%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 57,976.20 จุด ร่วงลง 874.07 จุด หรือ -1.48%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,305.58 จุด ลดลง 324.96 จุด หรือ -1.22% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,151.80 จุด ลดลง 11.08 จุด หรือ -0.27%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (27 ก.พ.) 1,528.26 จุด ลดลง 5.38 จุด (-0.35%) มูลค่าซื้อขาย 104,314.15 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (27 ก.พ.) 990.36 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (27 ก.พ.) พุ่งขึ้น 5.92 ดอลลาร์ หรือ 8.83% แตะที่ 72.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (27 ก.พ.) อยู่ที่ 3.36 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 31.24 แนวโน้มผันผวนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
– นายกฯ สั่งหน่วยงานมั่นคงเศรษฐกิจ เกาะติดสถานการณ์สู้รบ เตรียมมาตรการรับมือ เร่งช่วยคนไทยในอิหร่านอิสราเอลให้ปลอดภัยที่สุด นัดถก “สมช.” กางแผนอพยพฉุกเฉินพากลับบ้าน พร้อมหารือ “เอกชน-แบงก์” ยันไทยวางตัวเป็นกลาง วอนทุกฝ่ายเจรจายุติขัดแย้ง “เอกนิติ” ตั้งวอร์รูมเศรษฐกิจ คาดผลกระทบ 6 ด้าน “ศุภจี” สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกประเมินส่งออกไทย “พลังงาน” เริ่มระงับส่งออกน้ำมัน มั่นใจสำรองเพียงพอ ตร.ยกระดับรักษาความปลอดภัย
– “พลังงาน” งัดแผนซื้อน้ำมันและก๊าซแหล่งอื่น ห้ามส่งออก พร้อมเพิ่มกำลังผลิตในอ่าวไทยและเมียนมา ใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคา หลังปิดช่องแคบเฮอร์มุซ ยืนยันไทยมีน้ำมัน-ก๊าซสำรอง 2 เดือน
– จับตา “ตะวันออกกลาง” เดือด ดันราคา “ทองคำ-น้ำมัน” ทะยาน “สมาคมทองคำ” ประเมินโอกาสเห็น “ทองไทย” ทะลุ 80,000-90,000 บาท ปีนี้ คาด “ตลาดเงิน -ตลาดทุนโลก” ปั่นป่วนหนัก
– เคาะประชุมบอร์ด “ขนส่งทางราง” นัดแรก เดินหน้าพิจารณาร่างประกาศคุมเพดานค่าโดยสาร-ห้ามเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ดันกฎหมายลำดับรอง 9 ฉบับ และขออำนาจสอบสวนอุบัติเหตุเครนโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อหาสาเหตุเชิงลึก ป้องกันเกิดซ้ำรอย
– PTTEP (ฟินันเซียไซรัส) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 137.65 บาท ระยะสั้นมี Catalyst บวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นกว่า 7% หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุขึ้น โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อและถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะพุ่งเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และ หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นในระยะกลาง อาจทำให้แนวโน้มกำไรในช่วง 1H26 อาจดูดีกว่าที่คาดและอาจนำไปสู่ Upside ของประมาณการทั้งปี ส่วนฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง และคาดยังจ่ายปันผลในระดับสูง Yield ราว 5-6% ต่อปี
– THANI (ฟิลลิป) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.36 บาท บริษัทมีความพยายามที่จะเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้น เพื่อรับผลประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง โดยสามารถลดจาก 46% ณ สิ้นปี 67 เหลือ 46% ณ สิ้นปี 68 และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงอีกน่าจะช่วยให้ต้นทุนดอกเบี้ยของ THANI ลดลงได้อีก ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงผลประกอบการด้วย พร้อมตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ 17-19 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 10-15%
– ITC (กสิรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 20.40 บาท/หุ้น มีมุมมองเชิงบวกจาก sentiment เชิงบวกของภาษี reciprocal tariffs ที่ปรับลดลงจาก 19% เหลือที่ระดับไม่เกิน 15% ในช่วงสั้น ส่งผลให้โอกาสที่ Margin จะดีขึ้นกว่าคาดในระยะสั้นเนื่องจากปกติ ITC มีการช่วยเหลือภาษีอยู่ที่ระดับ 1 ใน 3 นอกจากนี้คาดการณ์การเติบโตรายได้ 8-12% จะมาจากทั้ง product mix ที่แข็งแกร่งและราคาที่ยังคงอยู่ในระดับเหมาะสมได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





