ตลาดหุ้นยุโรปร่วงหนัก วิตกสงคราม-ราคาน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนในวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยถูกกดดันจากแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงของสงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 604.44 จุด ลดลง 19.19 จุด หรือ -3.08%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,103.84 จุด ลดลง 290.48 จุด หรือ -3.46%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,790.65 จุด ลดลง 847.35 จุด หรือ -3.44% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,484.13 จุด ลดลง 295.98 จุด หรือ -2.75%

 

ตลาดหุ้นหลายแห่งในยุโรปและดัชนีรายกลุ่ม รวมถึงดัชนี STOXX 600 เผชิญการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568 หลังจากมาตรการภาษี Liberation Day ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดโลก

นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่จะมีการหยุดยิงในช่วงนี้ยังมีน้อย เพราะอิหร่านยังคงเดินหน้าสร้างแรงกดดันต่อผลประโยชน์ของชาติตะวันตกในตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนกังวลและเทขายสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งมีแนวโน้มจะยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้

หุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลง โดยกลุ่มการเงินนำการร่วงลง

ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือน โดยเฉพาะธนาคารที่เน้นตลาดสหราชอาณาจักรซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงจากตะวันออกกลางสูงกว่า อาทิ หุ้น HSBC ร่วงลง 5.2%

หุ้นกลุ่มประกันภัยร่วงลง 4.2% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 3.6%

ดัชนี IBEX ของสเปนซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นสัดส่วนสูง ร่วงลง 4.6% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค. ส่วนดัชนี DAX ของเยอรมนีซึ่งมีหุ้นส่งออกเป็นหลัก ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

ราคาน้ำมันที่พุ่งกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 7% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือน ขณะที่สงครามเข้าสู่วันที่ 4 และการโจมตีของอิหร่านส่งผลกระทบต่อการขนส่งเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวดีขึ้น โดยหุ้นกลุ่มนี้ยังลดลง 1.4% สะท้อนว่านักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระทบความต้องการใช้น้ำมันและเศรษฐกิจ มากกว่าจะเป็นผลดีต่อกำไรของบริษัท ในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวยังคงถูกกดดันอย่างหนัก โดยหุ้น Lufthansa ร่วงลง 4% ขณะที่หุ้น IAG เจ้าของสายการบิน British Airways ร่วงลง 5.4% และหุ้น Air France-KLM ร่วงลง 7.9%

นักลงทุนกังวลว่าผลกระทบด้านพลังงานจะกระตุ้นเงินเฟ้ออีกครั้ง พร้อมทั้งกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่แล้ว เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางดังกล่าวอย่างมาก และเส้นทางทางเลือกอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ระบุว่า หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นยืดเยื้อ ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นก็มีมาก และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ 40% ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 25% จากก่อนหน้านี้

ดัชนีวัดความผันผวนของยุโรป STOXX volatility index พุ่งขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. ซึ่งสะท้อนความวิตกที่เพิ่มขึ้นในตลาด

หุ้น Beiersdorf ร่วงลง 20% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังผู้ผลิต Nivea คาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักในปี 2569 จะลดลงเล็กน้อย

หุ้น Lottomatica พุ่งขึ้น 3.3% หลังบริษัทรับพนันสัญชาติอิตาลีคาดการณ์กำไรหลักที่ปรับแล้วในปี 2569 อยู่ที่ 940 ล้านยูโรถึง 980 ล้านยูโร สูงกว่าปีที่แล้วที่ระดับ 856 ล้านยูโร

หุ้น Naturgy ร่วงลง 7.4% หลัง BlackRock ขายหุ้นที่เหลือทั้งหมด 11.4% ในบริษัทพลังงานสเปนผ่านกระบวนการเร่งทำคำสั่งซื้อแบบ bookbuilding ในราคาส่วนลด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)