
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ร่วงราว 100 จุด (-กว่า 7%) กดดันจาก DELTA 35 จุด, GULF 7 จุด, AOT 5 จุด, PTT 4 จุด และ ADANCE-TRUE รวม 5 จุด นอกนั้นกระจายตัวลงทั้งตลาด โดยหุ้นขึ้นสวนจะมี BANPU-LANNA (ถ่านหิน) เป็นหลัก รวมทั้ง SEAOIL
ปัจจัยกดดันหลักจากแรงขายหนีภาวะความเสี่ยงสงครามบานปลาย และกังวลน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะเพิ่มต้นทุนของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศนำเข้าน้ำมัน ทั้งนี้ การปรับตัวลงเป็นทิศทางเดียวกับภูมิภาค ซึ่งวันนี้ เกาหลีใต้ลงแรงสุด -11% ตามมาด้วยไทย -7.5% ญี่ปุ่น -3.9% อินโดฯ -3.6% ไต้หวัน -3.5%
SET หลุดแนวรับจิตวิทยา 1,380-1,400 จุดแล้ว ทำให้เสีย Momentum ขาขึ้น แต่เกิดจากเหตุการณ์พิเศษ ซึ่งขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์ โดยจากสถิติช่วงสงครามที่ผ่านๆ มา ที่มีความต่อเนื่องช่วงผันผวนจะอยู่ราว 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้ แนวรับถัดไปหากหลุด 1,350 จุด (ค่าเฉลี่ย 75 วัน) อาจถูกแรงขายตัดขาดทุนต่อไปแนวรับใหม่ 1,300 จุด
ในทางตรงข้าม หากแรงซื้อกลับเข้ามาก็ยังมองว่าการรีบาวด์ไปแค่ระดับเปิดของวันนี้ คือแถว 1,400 จุด (ยังไม่ปิด Gap ที่ลง) เท่ากับการแกว่งตัวจะกว้างถึงระดับ 14,00-1,350/1,300 จุด ในช่วง 1-2 วันนี้ที่ผันผวนกว่าปกติ
ประเด็นสงครามในตะวันออกกลางยังร้อนแรง และขยับเพดานได้ หลังเห็นหลาย ๆ ประเทศส่งสัญญาณเพิ่มเติมออกมา เช่น จีนเมื่อวันก่อน ทำให้ตลาดโลกเพิ่มความผันผวนได้อยู่ (หุ้นสหรัฐฯ ยังผันผวนน้อย เทียบในภูมิภาคนี้) ซึ่งหากอิงจาก VIX Index ปัจจุบันอยู่ราว 23.5 จุด ยังต่ำกว่าเหตุการณ์ผิดปกติอื่นๆ ที่จะขึ้นไป Peak ระดับ 50 จุดขึ้นไป แล้วค่อยจบ
ดังนั้น ภาพตอนนี้อาจพออนุมานได้ว่าสถานการณ์ยังไม่เข้าจุดไคลแมกซ์ จึงแนะนำให้เทรดอย่างระมัดระวัง ลดพอร์ตเหลือเงินสด 30-50% เก็บไว้รอเล่นรีบาวด์ โดยหุ้นที่เก็งกำไรได้หลักๆ ช่วงนี้ เราแนะนำ Commodities เช่น PTTEP PTT RCL PSL PRM เป็นต้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





