
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) หลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน โดยนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- ณ เวลา 05.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 876 จุด หรือ -1.84% มาอยู่ที่ระดับ 46,641 จุด
- ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 17.80 ดอลลาร์ หรือ +19.58% แตะที่ระดับ 108.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
รายงานระบุว่า ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงคูเวต อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างพากันปรับลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ขณะที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทมองว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน และจังหวัดอัลบอร์ซของอิหร่านเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง
สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านเตือนว่า สารประกอบที่เป็นพิษจากคลังน้ำมันที่กำลังลุกไหม้อาจก่อให้เกิดฝนกรดที่อันตรายหากมีฝนตกลงมา ขณะที่สำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ของอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 21 ราย จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีคลังเก็บน้ำมันในจังหวัดอัลบอร์ซ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ กับอิหร่าน นอกจากอิหร่านจะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





