
เอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาประณามสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่ทำการโจมตีคลังเชื้อเพลิงของอิหร่าน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็น “อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”
บาฆาอีได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม X หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน และจังหวัดอัลบอร์ซที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อคืนวันเสาร์ (7 มี.ค.) ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง
“สงครามอาชญากรรมที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกระทำต่ออิหร่านได้เข้าสู่ระยะใหม่ที่อันตราย ด้วยการจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน การโจมตีคลังเก็บเชื้อเพลิงเหล่านี้จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้ นอกจากการทำสงครามเคมีโดยเจตนาต่อพลเมืองอิหร่าน เพราะการมุ่งเป้าโจมตีคลังน้ำมัน เป็นการปล่อยวัสดุอันตรายและสารพิษขึ้นสู่บรรยากาศ ทำให้พลเมืองได้รับพิษ ทำลายล้างสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อชีวิตในวงกว้าง”
“ผลกระทบจากหายนะทางสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมในครั้งนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในดินแดของอิหร่านเท่านั้น” บาฆาอีเตือน พร้อมเสริมว่าการโจมตีดังกล่าวถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดในคราวเดียว”
ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านเตือนเมื่อวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า สารประกอบที่เป็นพิษจากคลังน้ำมันที่กำลังลุกไหม้อาจก่อให้เกิดฝนกรดที่อันตรายหากมีฝนตกลงมา ขณะที่สำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ของอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีก 21 ราย จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีคลังเก็บน้ำมันในจังหวัดอัลบอร์ซ
รายงานระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองไฮฟาของอิสราเอลเมื่อคืนวันเสาร์ เพื่อเป็นการตอบโต้หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





