
สำนักข่าวเกียวโดรายงานข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นในวันนี้ (9 มี.ค.) เผยให้เห็นว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 13 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของค่าจ้าง และการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าในระดับปานกลาง
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น รายงานว่า ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน (Nominal wages) หรือรายได้เงินสดเฉลี่ยต่อเดือนต่อพนักงานหนึ่งคน (รวมค่าจ้างพื้นฐานและค่าล่วงเวลา) ขยับเพิ่มขึ้น 3.0% มาอยู่ที่ 301,314 เยน (1,900 ดอลลาร์) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 49
อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของราคา โดยจุดสนใจหลังจากนี้อยู่ที่ว่าค่าจ้างที่แท้จริงจะยังคงรักษาระดับอยู่ในแดนบวกต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่า รัฐบาล “จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
สำหรับราคาผู้บริโภคในเดือนที่รายงาน ปรับตัวขึ้น 1.7% ชะลอตัวลงจากระดับเฉลี่ย 3.7% ในปี 2568 ซึ่งมีส่วนช่วยหนุนค่าจ้างที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว หรือค่าจ้างที่แท้จริง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอำนาจซื้อของผู้บริโภค
การเพิ่มขึ้นของราคาผู้บริโภคล่าสุดนี้นับเป็นระดับที่ต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2565 ซึ่งในขณะนั้นราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 1.5%
ทั้งนี้ ค่าจ้างที่แท้จริงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่น
ขณะนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังจับตาผลการเจรจาค่าจ้างในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทิศทางของการปรับขึ้นทั้งค่าจ้างและราคาสินค้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต หลังจากที่ BOJ เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค. สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





