
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุถึงภารกิจในงานฝ่ายนิติบัญญัติที่จะเร่งผลักดันให้สำเร็จ โดยพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งเน้นงานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันกฎหมายต่าง ๆ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชน
โดยกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันเป็นฉบับแรก ๆ อาทิ แก้กฎหมายโอนสังกัด เป็นพ.ร.บ.โอนกระทรวงการท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจงานสอดคล้องกัน ส่วนกระทรวงกีฬา จะแยกไปทำเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านสภาฯ ได้ภายใน 6 เดือน
แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือ กฎหมาย Super License โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service เช่น การก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา ที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตหลายหน่วยงาน แต่ให้จบในหน่วยงานเดียว ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเป็นข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ส่วนกฎหมายอีก 1 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน จะผลักดันให้แล้วสร็จภายใน 1 ปี โดยจะมี 2 เรื่องคือ 1. ทำให้ท้องถิ่นหารายได้ ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือกสนับสนุนภาษี 30% ให้บ้านเกิดตัวเอง หรือท้องถิ่นที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาได้ และ 2.จะเป็นกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่แข็งแรงกว่าคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และทำให้ท้องถิ่นไม่กล้าใช้เงินผิดประเภท ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของการปลดล็อคเรื่องอายุ และวาระการดำรงตำแหน่งท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ 2 วาระ
สำหรับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจยังไม่เร่งผลักดัน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการปัญหาของพี่น้องประชาชน
แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนฝ่ายบริหาร รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะผลักดันนโยบายต่าง ๆ เร่งด่วนภายใน 3-6 เดือน อาทิ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายยูนิตละ 3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 ยูนิต จะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงานได้ทันที
นอกจากนี้ เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย อยากให้การแข่งขันด้านพลังงานไฟฟ้าเกิดเสรี เหมือนในต่างประเทศ ที่มีคู่แข่งหลายรายให้ประชาชนได้เลือกใช้บริษัทที่ให้ประโยชน์ได้มากที่สุด เช่น ตัวอย่างค่ายโทรศัพท์มือถือ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)





