Crypto Insight: ตลาดคริปโทฯ ลาว ผู้ใช้แค่หยิบมือ แต่เทรดเดือนละ 100 ล้านเหรียญ!!

Bitqik ระบุตลาดคริปโทในลาวยังอยู่ในวงจำกัดจากฐานประชากรและการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมเผยภาพลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคอร์ปอเรท-สถาบัน ขณะที่ภาครัฐยังไม่มี “กฎหมายคริปโท” อย่างเป็นทางการ แต่เปิดให้ทดลองภายใต้แนวทางสนับสนุนและกำกับใกล้ชิด เพื่อนำบทเรียนไปสู่การร่างกฎหมายในอนาคต

รายการ Crypto Insight โดย “อินโฟเควสท์” ชวน Mr. Virasack VIRAVONG ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitqik Sole Co., Ltd. มาอัพเดตภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลใน สปป.ลาว ที่ปัจจุบันยังถือว่า “ค่อนข้างเล็ก” เนื่องจากประเทศมีจำนวนประชากรไม่มาก และกลุ่มผู้ที่เข้าถึงเทคโนโลยีและคริปโทยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ตลาดยังอยู่ในกรอบเฉพาะกลุ่ม

Bitqik ในฐานะแพลตฟอร์มซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ยังพยายามส่งต่อความรู้และดึงผู้ใช้งานหน้าใหม่ใน สปป.ลาวเข้ามาเพิ่มขึ้น แม้ยังไม่สามารถประเมินขนาดตลาดรวมในลาวได้ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้มีการจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มคริปโทฯ ต่างประเทศ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้หลายช่องทาง ทั้งแพลตฟอร์มระดับโลก และกลุ่มโบรกเกอร์รายย่อย ส่งผลให้ภาพรวมจำนวนผู้เล่นคริปโทฯ ในลาวที่พอรวบรวมได้ ณ ปัจจุบันยังอยู่เพียง “หลักหมื่น” และยังไม่ถึง “หลักแสน”

“วอลุ่มเทรดบนแพลตฟอร์ม Bitqik โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ เดือนละราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่สูงเมื่อเทียบกับไทย เวียดนาม หรือประเทศอื่นในอาเซียน โดยบางตลาดในภูมิภาคอาจมีวอลุ่มหนึ่งสัปดาห์มากกว่าของลาวทั้งเดือน” Mr.Virasack Viravong กล่าว

โครงสร้างลูกค้ากลุ่มหลักของ Bitqik เป็นฝั่งลูกค้าสถาบัน และบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทโดยเฉพาะ ขณะที่รายย่อยยังไม่ใช่ฐานหลักของแพลตฟอร์ม สะท้อนพฤติกรรมผู้เล่นกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มเข้าถึงคริปโทมากขึ้นตามการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ในด้าน “Volume” หรือเม็ดเงินหลักจะมาจากกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง ซึ่งอาจไม่ได้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีมากนัก แต่รับรู้ว่าเป็น “เทรนด์ใหม่” จึงเข้ามากระจายพอร์ตลงทุน

ด้านท่าทีภาครัฐ ปัจจุบันลาวยังไม่มีกฎหมายคริปโทอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลมีแนวทาง “ส่งเสริมและผลักดัน” คริปโท และบล็อกเชนให้เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเลือกแนวทางเปิดให้ทดลองทำโครงการต่าง ๆ เพราะ “ไม่อยากห้าม” แต่ก็ “กำกับดูแลใกล้ชิด” และเมื่อเห็นโมเดลใดที่ประสบความสำเร็จ จึงค่อยรวบรวมบทเรียนไปสู่การร่างกฎหมายในอนาคต

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ผู้ใช้งานรายใหญ่เข้ามาใช้คริปโทผ่านแพลตฟอร์ม Bitqik CEO มองว่าหลัก ๆ มี 3 ส่วน ได้แก่

1. เรื่องค่าเงิน โดยคริปโทถูกมองเป็นทางเลือกเสริมในการเก็บมูลค่าและป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินที่ผันผวนสูง นอกเหนือจากทองคำ

2. กลุ่มธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ที่อาจพิจารณาใช้ Stablecoin บางส่วนเพื่อการ Settlement กับคู่ค้า

3. การเทรด ซึ่งยังมีลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ใช้งานคริปโท เพื่อซื้อขายเชิงลงทุน

สำหรับมุมมองการเติบโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า CEO Bitqik กล่าวว่า Bitqik ยังคงเดินหน้าเพิ่มฐานผู้ใช้ผ่านการให้ความรู้ และพยายามผลักดันให้ภาคธุรกิจนำบล็อกเชนหรือคริปโทไปใช้มากขึ้น พร้อมระบุว่าเริ่มเห็นการเกิดขึ้นใหม่ของคอมมูนิตี้ในลาว รวมถึงแนวคิดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุน เช่น ประเด็นเขื่อนพลังน้ำหรือโซลาร์ฟาร์ม และการพูดคุยเรื่องภาครัฐที่มองไปถึง Stablecoin หรือแนวคิดเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการชำระเงินข้ามพรมแดนกับประเทศอื่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)