
ตัน ซี เลง รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ เปิดเผยในวันนี้ (12 มี.ค.) ว่า รัฐบาลสิงคโปร์คาดการณ์ว่าค่าไฟจะสูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันและก๊าซให้พุ่งสูงขึ้น
ตันโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซเนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้อุปทานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หยุดชะงัก และมีแนวโน้มผลักดันให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ตันระบุว่า สิงคโปร์นำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าราว 95% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ อย่างไรก็ดี ก๊าซราวครึ่งหนึ่งมาจากท่อส่งก๊าซในภูมิภาค ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังนำเข้าก๊าซจากหลายแหล่ง และไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางมากจนเกินไป
ตันกล่าวเสริมว่า สิงคโปร์ได้จัดตั้งคลังสำรองเชื้อเพลิงที่ประกอบด้วยก๊าซและน้ำมันดีเซล ซึ่งบริษัทผลิตไฟฟ้าสามารถนำไปใช้ได้หากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานก๊าซอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงานของสิงคโปร์ (Energy Market Authority) ยังกำหนดให้กังหันผลิตไฟฟ้าต้องสามารถเดินเครื่องได้ด้วยทั้งก๊าซและน้ำมันดีเซล ขณะที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งได้รับการทดสอบเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถสลับไปผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันดีเซลได้หากจำเป็น
“ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบ ด้วยการประหยัดไฟฟ้าและหันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น” ตันกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)





