
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลงกว่า 6% สู่ระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียในวันนี้ (25 มี.ค.) หลังมีสัญญาณว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง
ณ เวลา 10.18 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค.ร่วงลง 3.58% สู่ระดับ 89.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 4.24% สู่ระดับ 88.43 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากในช่วงเช้านี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงถึง 6.3% และสัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงถึง 5.2%
แรงเทขายอย่างหนักในวันนี้เกิดจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง ส่งผลให้ค่าพรีเมียมความเสี่ยง (risk premium) ในราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานก็เริ่มบรรเทาลง
การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเกิดขึ้น หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งแผน 15 ข้อให้อิหร่านเพื่อยุติสงครามในภูมิภาค ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อการหยุดยิง และลดความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน และเสริมว่าอิหร่านเริ่มมีท่าทีที่มีเหตุผลมากขึ้น และดูเหมือนต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าในเชิงบวกเมื่อวันจันทร์ (23 มี.ค.) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่
ในช่วงก่อนหน้า ตลาดน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากความกังวลว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจกระทบต่ออุปทานจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคผู้ผลิตสำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการขนส่งน้ำมันโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้แนวโน้มการลดความตึงเครียดจะกดดันราคาน้ำมัน แต่สัญญาณที่ขัดแย้งกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มทำให้ตลาดยังคงผันผวนต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มี.ค. 69)





