
นักวิเคราะห์ฯคาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ โดยยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาหยุดยิง 45 วัน ก่อนที่จะครบกำหนดการโจมตีในพรุ่งนี้เช้า และการโหวตของแต่ละประเทศใน UN ในการใช้กำลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีผลต่อราคาน้ำมัน พร้อมให้แนวต้าน 1,470 จุด แนวรับ 1,440 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ โดยที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาหยุดยิงระยะเวลา 45 วัน ก่อนที่จะถึงวันครบกำหนดการโจมตีในช่วงวันพรุ่งนี้เช้า
ขณะเดียวกันยังติดตามการโหวตของแต่ละประเทศในสหประประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับประเด็นการใช้กำลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของราคาน้ำมัน โดยที่ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่องและมีความไม่แน่นอน
โดยให้แนวต้าน 1,470 จุด แนวรับ 1,440 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ( 6 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,669.88 จุด เพิ่มขึ้น 165.21 จุด หรือ +0.36%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,611.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.14 จุด หรือ +0.44% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,996.34 จุด เพิ่มขึ้น 117.16 จุด หรือ +0.54%
- ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,571.28 จุด เพิ่มขึ้น 157.60 จุด หรือ +0.30% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,884.15 จุด เพิ่มขึ้น 4.05 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 1.5% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการในวันนี้ เนื่องในเทศกาลอีสเตอร์
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (3 เม.ย.) 1,454.00 จุด ลบ 11.72 จุด (-0.80%) มูลค่าซื้อขายราว 42,563.62 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (3 เม.ย.) 1,876.34 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.( 6 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ 0.78% ปิดที่ 112.41 ดอลลาร์/บาร์เรล และเช้านี้ ปรับตัวขึ้น 0.93% แตะที่ 113.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด ( 6 เม.ย.) อยู่ที่ 57.25 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.68 คาดกรอบแกว่งวันนี้ 32.45-32.75 จับตาเดดไลน์สหรัฐ-อิหร่าน-เงินเฟ้อไทย
- “รัฐบาลใหม่” ตุนกระสุน สู้วิกฤติน้ำมัน 7 หมื่นล้าน ชง ครม.นัดแรก หลังแถลงนโยบาย เคาะ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมแพ็กเกจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ลดค่าครองชีพกลุ่มเปราะบาง รีเซ็ตฐานข้อมูล บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหลือ 9 ล้านคน “คมนาคม” ชงงบชดเชยน้ำมัน 4-6 บาทต่อลิตร อุ้มรถสาธารณะ รถขนส่ง ป้องกันราคาสินค้าขึ้น
- “นักเศรษฐศาสตร์” ประสานเสียง ปรับ GDP ไทยดิ่ง รับผลกระทบสงครามอิหร่านยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่ง “ดร.พิพัฒน์” หั่นจีพีพีเหลือ 1.3-1.4% ชี้โจทย์หินรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น “ดร.กอบศักดิ์” แนะรัฐเร่งสร้างเกราะ ลดพึ่งพาราคาน้ำมัน “ดร.อมรเทพ” แนะเร่งประคองคนระดับล่าง-กลางก่อนเศรษฐกิจพังทั้งระบบ “บุรินทร์” ย้ำต้องปรับโครงสร้างพลังงาน หันใช้พลังงานทดแทน
- เดือน ก.พ.69 ไทยส่งออกทองคำ 1,103.74 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 18.22% เมื่อเทียบเดือน ก.พ.67 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เนื่องจากส่งออกไปขายตามราคาทองคำในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 10% จากการใช้มาตรา 122 กฎหมายการค้า แทนการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ และกองทุน SPDR Gold ยังคงซื้อต่อเนื่อง 6 เดือนติด ส่งผลให้ยอดส่งออก 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ปี 69 อยู่ที่ 3,861.81 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 83.76% เทียบช่วงเดียวกันของปี 68
- “คลัง” ดัน 9 รัฐวิสาหกิจ ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนช่วยลดหนี้สาธารณะ พร้อมกระตุ้นการลงทุนตลาดหุ้นไทย คาดยีลด์ 5% มองโครงการ Floating Solar ของ กฟผ. พร้อมระดมทุน ด้านโบรกวางเกมเมษายน ตั้งรัฐบาลหนุน
- นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ร่วมกับภาครัฐและตัวแทนเครือโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศจัดประชุมระดมความคิดเห็นเร่งด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวหลังวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่ออุตสาหกรรมโรงแรมไทยในไตรมาสที่ 2 โดยได้ข้อสรุปว่าจะมีข้อเสนอแนะ 8 แนวทางหลักต่อรัฐบาลเพื่อเร่งพิจารณาประคองภาคการท่องเที่ยวในขณะนี้
- มหกรรมยานยนต์ Motor Show ครั้งที่ 47″ ปิดฉากอย่างคึกคัก โกยยอดจองรถยนต์ ทะลุ 132,951 คัน รถจักรยานยนต์ 2,056 คัน และดึง ผู้เข้าชมงานรวมกว่า 1.79 ล้านคน สะท้อนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นตลาดยานยนต์ไทยที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ขยายตัวโดดเด่น
- “สว.พรเพิ่ม” ประธาน กมธ.พลังงาน ชี้ช่องกู้เรตติ้งรัฐบาล! หลัง “นิด้าโพล” สะท้อนศรัทธาวิกฤต จี้เชือด “ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” เลิกคุ้มครองสิทธิคนผิด มองกฎหมายอ่อน-เงินปิดปาก ทำลอยนวล
หุ้นเด่นวันนี้
- CK (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 23.00 บาท การแถลงนโยบายต่อสภา หนุนกลุ่มรับเหมา โดยเราคาดมูลค่างานประมูลรัฐรอบใหม่ มูลค่า 1.1 ลลบ. ในปี 69-71 มากกว่า 6 เท่าในช่วง 3 ปีก่อน ขณะที่กำไรปี 70-71 เราคาดฟื้นเฉลี่ยปีละ 6% สะท้อนการลงทุนภาครัฐ ปัจจุบันถูกซื้อขาย PE’69 เพียงแค่ 11.7 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) มีโอกาส re-rating จากเสถียรภาพทางการเมืองหนุน upside
- TRUE (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 16.59 บาท) คาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 6.3 พันลบ. +6% q-q , +45% y-y หนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรายได้จากการให้บิรการที่เพิ่มขึ้นจากจำนวน Subsriber อย่างไรก็ตาม คาด blended ARPU ลดลงเล้กน้อย q-q ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง q-q หากออกมาตามคาดกำไรไตรมาส 1/69 คิดเป็นราว 26% ของกำไร consensus ปี 2569 ที่ 2.4 หมื่นลบ. +24% y-y ซึ่งเราคาดว่าประมารการของตลาดอาจยังมี Upside เพิ่มเติมในอนาคต ปัจจุบัน TRUE ยังซื้อขายที่ PER ราว 20 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ที่ 21 เท่า
- ADVANC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 1.26 หมื่นลบ. โดยเมื่อหักรายการพิเศษ คาดกำไรปกติ 1.25 หมื่นลบ. +18.2% YoY จากการเติบโตของรายได้ปกติและต้นทุนคลื่นความถี่ลดลง และ +0.5% QoQ จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจาก 3BBIF และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ADVANC น่าจะแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก TRUE ได้ต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ โดยคาดว่ารายได้ปกติและ EBITDA จะเติบโต 5.8% YoY และ 3.7% YoY การปลดล็อกมูลค่าจากบริษัทร่วมในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (DC) และ Virtual Bank เป็น upside ในระยะกลาง-ยาว ผสานคาดอัตราจ่ายปันผลปีนี้ที่ระดับใกล้ 5% เป็นแรงหนุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)





