ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กังวลข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านไม่ยั่งยืน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (8 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังเปราะบาง และผลกระทบที่อาจมีต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทั่วโลก

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 612.59 จุด ลดลง 0.91 จุด หรือ -0.15%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,245.80 จุด ลดลง 18.07 จุด หรือ -0.22%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,806.99 จุด ลดลง 273.64 จุด หรือ -1.14% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,603.48 จุด ลดลง 5.40 จุด หรือ -0.05%
  • ดัชนี STOXX 600 ลดช่วงติดลบลง ภายหลังมีรายงานว่า อิสราเอลและเลบานอนอาจเริ่มการเจรจาโดยตรงในเร็ว ๆ นี้

 

ตลาดหุ้นยุโรปพุ่งขึ้นในวันพุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เห็นชอบข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้เกิดความหวังว่าการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ อาจกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนในวันพุธ ขณะที่อิหร่านก็ยังไม่ยกเลิกการปิดกั้นช่องแคบเกือบทั้งหมด ส่งผลให้เกิดความกังวลขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้ง

ตลาดยุโรปเผชิญแรงกดดันมาตั้งแต่เดือนก.พ. หลังความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากทวีปยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก และมีความเปราะบางต่อผลกระทบด้านพลังงาน

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 0.5% ขณะที่หุ้น Siemens ของเยอรมนี ร่วงลง 2.1% และหุ้น Airbus ปรับตัวลง 2.5%

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มธนาคาร และกลุ่มเทคโนโลยี ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ

หุ้นซอฟต์แวร์และไอทีเผชิญแรงกดดันตามหุ้นในตลาดวอลล์สตรีท โดยหุ้น SAP ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จากเยอรมนี ปรับตัวลง 6.8% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2567

จากผลสำรวจรายไตรมาสของผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ Citi ระบุว่า การเติบโตของงบประมาณด้านไอทีมีแนวโน้มชะลอตัวลงเหลือ 2.6% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคอาจทำให้โครงการขนาดใหญ่ล่าช้า

หุ้นกลุ่มสินค้าหรูปรับตัวลง 0.7% โดยหุ้น LVMH ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม ปรับตัวลง 3%

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นเกือบ 2% หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

นักลงทุนยังพิจารณาข้อมูลทางการที่แสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในรายเดือน โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จะสะท้อนเข้าสู่ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลก

นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงในวันพุธ แต่ยังคงคาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% จำนวน 2 ครั้งก่อนสิ้นปี

ส่วนข่าวธุรกิจที่สำคัญนั้น กลุ่มล็อบบี้อุตสาหกรรมยุโรปซึ่งรวมถึงบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ยื่นคำร้องต่ออินเดียเพื่อขอการยกเว้นภาษีนำเข้า 10% สำหรับขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)