ตลท.มั่นใจหุ้นไทยดีดขึ้นรับนโยบายรัฐบาล”แลนด์บริดจ์-ดิสนีย์”เปิด Story ใหม่ดึงดูดโลก ย้ำเดินหน้า TISA

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ.69 ดัชนี SET ปรับตัวขึ้น 20% YTD แต่ในเดือนมี.ค.69 ดัชนี SET ย่อลงมาบวกลดเหลือ 15% YTD จากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี ณ วันนี้ดัชนี SET ขึ้นมายืน 1,500 จุด YTD กลับมาบวก 19% เนื่องจากนักลงทุนมองข้ามประเด็นสงครามตะวันออกกลาง และได้ตอบรับข่าวหยุดยิงชั่วคราวไประดับหนึ่งแล้ว

สำหรับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน คือต้นทุนการผลิต และสิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อ เป็นจุดที่นโยบายการเงินให้ความสำคัญอันดับต้นๆ ต้องจับตาว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการอย่างไร จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้ แต่ตอนนี้คาดการณ์ว่าเฟดคงไม่ลดดอกเบี้ยแล้ว และบางสำนักยังมองโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง หุ้น ทองคำ ปิทคอยน์

นายศรพล ชี้ให้เห็นว่าสาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่น เนื่องจากเราไม่มี Bubble AI , ไทยมีจุดแข็งเช่นมีรัฐบาลใหม่ เป็นแหล่งปลอดภัยในหลายมิติ และหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (dividend yield) ที่มีค่าเฉลี่ยกว่า 4% ที่เป็นหลุมหลบภัยในช่วงที่ตลาดหุ้นยังไม่สามารถปรับขึ้นแต่ก็ยังมีเงินปันผลเป็น Cash กลับมา อีกทั้งตลาดหุ้นไทยมีความหลากหลายกลุ่มนักลงทุน ที่ยังเป็นจุดแข็งอยู่ โดยในเดือนเม.ย.นักลงทุนต่างชาติยังถือครองหุ้นไทย 37%

และจากที่ติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล พบว่าจะมีโครงการใหญ่ที่รัฐบาลมีแผนดำเนินการ ได้แก่ โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการดึงดีสนีย์แลนด์เข้าไปตั้งในพื้นที่ EEC เป็นต้น หากมีโครงการใหม่ๆ ก็ทำให้ประเทศไทยน่าสนใจมากขึ้นในสายตาต่างชาติ ฉะนั้น เห็นว่าในปีนี้ Story ใหม่ของประเทศไทยจะสร้างฐานเศรษฐกิจให้ดีขึ้นหากสามารถทำให้เห็นผลท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

นอกจากนี้ จากนโยบายด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดใหม่หากสามารถผลักดันได้จริงจะทำให้ตลาดหุ้นไทยไปต่อ ได้แก่ การเพิ่มความเข้มแข็งตลาดทุน การส่งเสริมการลงทุน Start Up การลงทุน Infra Fund การผลักดัน Renewable รวมไปถึงการผลักดันพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด การขายคาร์บอนเครดิต ที่จะนำร่องเอาคาร์บอนในกรุงเทพและนิคมอุตสาหกรรม ไปขาย หากสามารถดำเนินการได้ จะทำให้มีความเชื่อมั่นจะส่งผลดีต่อตลาดทุน ซึ่งตลาดหุ้นมักจะตอบสนองก่อน

“ตลาดหุ้นไทยได้ซีบซับข่าวร้ายไปค่อนข้างมากแล้ว ตอนนี้จับตาดู Action มากกว่า ส่วนจะโตเท่าไหร่ ผมว่าเรามีโอกาสเยอะเลย อย่างยอดคำขอบีโอไอที่เยอะถ้าทำได้ส่วนหนึ่งอันนี้ก็มหาศาลแล้ว และก็ไม่ใช่มหาศาลแค่ช็อตเดียว แต่เป็นพื้นฐานในอนาคตด้วย” นายศรพล กล่าว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้มีโครงการ JUMP+ ที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จากการที่ได้พูดคุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่จะเดินหน้าโครงการ TISA (Thai Individual Saving Account) เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนและประชาชน และจะมีโครงการถาวร ไม่ใช่มีอายุเหมือนกองทุน LTF อีกทั้งสามารถเลือกลงทุนได้ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือหุ้นรายตัว ที่ไม่ได้มีประโยชน์ที่จะลดหย่อนภาษี แต่สามารถเก็บออมในยามเกษียณได้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 เม.ย. 69)