
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพุธ (15 เม.ย.) เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงเปลี่ยนแปลงทำให้นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขาย ขณะที่ยังคงประเมินผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 617.27 จุด ลดลง 2.68 จุด หรือ -0.43%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,274.57 จุด ลดลง 53.29 จุด หรือ -0.64%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,066.70 จุด เพิ่มขึ้น 22.48 จุด หรือ +0.09% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,559.58 จุด ลดลง 49.48 จุด หรือ -0.47%
ตลาดได้รับแรงกดดันจากข่าวที่มีทั้งบวกและลบ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สงครามกับอิหร่านอาจสิ้นสุดลงในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านเตือนว่าจะดำเนินการเพื่อขัดขวางเส้นทางการค้าในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป
ความหวังเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการทูตช่วยให้ดัชนี STOXX 600 ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในเดือนมี.ค. แต่ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้หุ้นยุโรปมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
นักวิเคราะห์ของ IG Group ระบุว่า บริษัทในยุโรปได้รับผลกระทบอย่างมากจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยประเทศผู้ส่งออกขนาดใหญ่ เช่น เยอรมนี กำลังได้รับผลกระทบ และส่งผลลบต่อตลาดหุ้นยุโรป
สหภาพยุโรปได้เตือนประเทศสมาชิกว่า หากเกิดภาวะช็อกด้านอุปทานเป็นเวลานานจากความขัดแย้งกับอิหร่าน อาจจำเป็นต้องลดการใช้เชื้อเพลิง
หุ้น Hermes ร่วงลง 8.2% หลังกลุ่มสินค้าหรูจากฝรั่งเศสรายงานยอดขายไตรมาสแรกได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
ยอดขายของแบรนด์หลักสัญชาติอิตาลี Gucci ซึ่งอยู่ในเครือ Kering ร่วงลง 8% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นของกลุ่มแฟชั่นหรูดังกล่าวร่วง 9.2%
กลุ่มหุ้นสินค้าหรูร่วงลง 2.5% และถือเป็นกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 0.3% โดยหุ้น ASML ร่วง 4.2% กดดันหุ้นกลุ่มนี้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือผลิตชิปได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2569
ในทางกลับกัน หุ้น Aixtron พุ่งขึ้น 20% แตะระดับสูงสุดในรอบสองปี หลังผู้ผลิตระบบชิปจากเยอรมนีปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปีนี้
หุ้นในกลุ่มบริการทางการเงินช่วยพยุงตลาด โดยหุ้น Adyen ของเนเธอร์แลนด์, หุ้น Wise ของสหราชอาณาจักร, หุ้น Nexi ของอิตาลี และหุ้น Edenred ของฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้นระหว่าง 3.7% ถึง 5.8%
ในด้านนโยบายการเงิน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ธนาคารยังไม่สามารถระบุได้ว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันนั้นเป็นเพียงชั่วคราว หรือจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
โอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนเม.ย. ลดลง โดยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 24% จากระดับ 50% เมื่อวันจันทร์ (13 เม.ย.) ตามข้อมูลของ LSEG
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)





