CONSENSUS: DELTA ผงาด! คาดกำไร Q1/69 หรูรับ AI ขาขึ้น โบรกเตือนราคาหุ้นโหดจัดแนะรอเล่นรอบ

โบรกเกอร์คาดกำไรไตรมาส 1/69 ของ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) [DELTA] ยังเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์ดีมานด์การสั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้อง AI และดาต้าเซ็นเตอร์ยังสูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นสูง และต้นทุนการขายและบริหาร (SG&A) ลดลงจากยอดขายเพิ่มขึ้น

แต่ยังต้องลุ้นผลงานไตรมาส 2/69 รับมือความท้าทายจากผลกระทบของต้นทุนการขนส่ง หลังเกิดสงครามสหรัฐและอิหร่าน

ขณะที่โบรกสะกิดเตือนราคาหุ้นแพงเกินพื้นฐน แนะ”เก็งกำไร”ตามรอบผลการดำเนินงาน

บทวิเคราะห์ บล.ลิเบอเรเตอร์ คาดว่า DELTA จะมีกำไรในไตรมาส 1/69 ที่ 9.02 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 26% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากการขายสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ยอดขายของ DELTA คาดว่ายังอยู่ในระดับสูงในช่วงไตรมาส 1/69 จากออเดอร์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีดีมานด์สูง

ยอดขายของ DELTA ในไตรมาส 1/69 คาดว่าจะทำ New high ในระดับ 6.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 7% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แต่ราคาซื้อขายหุ้นบนกระดานที่เทรดอยู่มีมูลค่าค่อนข้างแพงเกินไป โดยมี P/E ที่ 103 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเป้าหมายที่ 238 บาท/หุ้น ไม่มีอัพไซด์ จึงมีคำแนะนำ “ขาย” และเน้นไปที่สายเก็งกำไรที่เล่นรอบตามการคาดการณ์ผลการดำเนินงาน

ด้านนักวิเคราะห์ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง คาดว่ากำไรในไตรมาส 1/69 ของ DELTA จะอยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท เติบโต 13% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดการสั่งซื้อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI

โดยภาพธุรกิจของ DELTA มองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการก้าวสู่ New S-curve โดยเฉพาะการผลิต Liquid cooling ที่กำลังมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเติบโตของ DELTA ได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

อย่างไรก็ตาม DELTA ยังคงมีความท้าทายเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะการขนส่งที่จะเริ่มเห็นการส่งผ่านต้นทุนเข้ามาชัดเจนมากขึ้น ต้องรอติดตามว่าบริษัทจะสามารถเจรจากับลูกค้าอย่างไร ประกอบกับ ต้องติดตามดีมานด์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไรต่อไป หลังสงครามสหรัฐและอิหร่านส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยยังคงคำแนะนำ “ขาย” เพราะราคาหุ้นในปัจจุบันปรับสูงขึ้นไปมาก และมี P/E สูงกว่า 100 เท่า โดยให้ราคาพื้นฐานไว้ที่ 261 บาท/หุ้น

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่ากำไรในไตรมาส 1/68 ของ DELTA จะอยู่ที่ราว 8.3 พันล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าราว 15% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะเติบโตได้สูงถึง 51% จากยอดขายที่คาดว่าจะเห็นการทำ New high ต่อเนื่อง ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยหนุนของการสั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ยังคงสูงต่อเนื่อง และผลจากยอดขายที่เติบโตขึ้นคาดว่าจะทำให้ SG&A ลดลง หนุนต่อกำไรด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/69 แม้ว่ายอดขายยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง แต่คงต้องติดตามผลกระทบของสงครามสหรัฐและอิหร่านว่าจะส่งผ่านต้นทุนมาอย่างไร โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่งจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ในไตรมาส 2/69 ยังคงมีความท้าทายในการบริหารจัดการความผันผวนที่จะส่งมายังกำไรของ DELTA

อีกทั้งราคาหุ้น DELTA ปัจจุบันปรับตัวขึ้นรับปัจจัยบวกของทิศทางผลการดำเนินงานไปมากแล้ว และเกินราคาเปิหมายที่ให้ไว้ 253 บาท/หุ้น จึงแนะนำ “ขาย”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 เม.ย. 69)