INTERVIEW: SABINA พลิกเกม! สลัดภาพชุดชั้นในหญิงบุกตลาดผู้ชาย ปั้นแบรนด์ไทยสู่ Regional ปั๊มกำไรโต

บมจ.ซาบีน่า [SABINA] ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในสตรีแบรนด์ไทยที่อยู่กันมายาวนาน ภาพกำลังเปลี่ยนไปด้วยการออกสินค้าสำหรับผู้ชายเมื่อไตรมาส 4/68 ซึ่งได้รับการตอบรับดีเกินคาด นั่นจะทำให้ SABINA จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าสำหรับผู้หญิงเท่านั้น ขณะที่ปีนี้บริษัทเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมันพุ่งดันต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตาม แต่ด้วยกลยุทธ์การจับมือซัพพลายเออร์ยังสามารถล็อกต้นทุนได้ถึง ก.ค.69 พร้อมคงตั้งเป้าปีนี้เน้นสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิเป็นหลัก พร้อมวางหมากผลักดัน “ซาบีน่า” ขึ้นเป็น Regional Brand

นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA เปิดเผยกับ”อินโฟเควสท์”ว่า ในปี 69 คาดรายได้เติบโต 10% ซึ่งบริษัทจะมุ่งเน้นที่การเติบโตของกำไรมากกว่ารายได้ แม้ว่าปีนี้จะไม่ง่ายแต่ก็พยายามเพิ่มผลกำไรด้วยการลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด โดยวางเป้าหมายลงลึกระดับแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ทำกำไรเติบโตมากกว่ายอดขาย

ในปี 69 ภาพกำลังซื้อไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่เราต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ว่าเขาต้องการสินค้าแบบไหนและระดับราคาเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าตลาดชุดชั้นในสตรีมีสินค้าไม่มีแบรนด์ราคาถูกกว่าครึ่งที่มาจากต่างประเทศ ขณะที่ SABINA มีส่วนแบ่งตลาด 13% ดังนั้น มองว่า SABINA ยังมีโอกาสเติบโตในประเทศมาก ด้วยการทำให้แบรนด์ไทยอยู่ในใจลูกค้าคนไทยโดยมีราคาที่สามารถจับต้องได้ และในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ 50 ล้านบาท นำไปปรับปรุงร้านค้าและเปิดจุดขายใหม่เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

ปัจจุบัน SABINA มีช่องทางขายหลัก 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. Retail สัดส่วนกว่า 50% ทั้งร้านในห้างสรรพสินค้า หรือร้าน Stand Alone 2) Non Store-Retailing (NSR) ไม่มีพนักงานขาย เช่น ออนไลน์ ส่งออก สัดส่วนราว 30-35% และ 3) OEM รับจ้างผลิตราว 9% ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปราว ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 2 digit หรือมากกว่า 10% ขึ้นไป โดยไตรมาส 1/69 สูงขึ้นมาที่ 10% แล้ว เขื่อว่าจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิได้ดีขึ้น

นางสาวดวงดาว ยอมรับว่า ยอดขายในไตรมาส 1/69 ถือว่ายากขึ้น เพราะปีนี้ภาครัฐไม่ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเหมือนในปีก่อน โดยเฉพาะ”ช้อปดีมีคืน”สามารถทำยอดขายเพิ่มมากในเดือน ม.ค.-ก.พ.68 เมื่อเทียบกับยอดขายไตรมาส 1/69 ถือว่ามีผลกระทบ

บริษัทยังได้จัดตั้ง War Room เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำมันแพง แม้ว่าภาพการใช้น้ำมันจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่รับผลกระทบทางอ้อมจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น สร้างแรงกดดันด้านต้นทุนสินค้า โดยบริษัทใช้วัตถุดิบหลักที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันเป็นบางส่วน จุดนี้จะกระทบกับวัตถุดิบหลัก และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงค่าไฟ

และความกดดันด้านดีมานด์ น้ำมันแพงทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกตื่นตระหนก ทำให้บริษัทรีบตรึงราคาและยังไม่มมีผลขึ้นราคาขายสินค้าในระยะ 6 เดือนข้างหน้า หรืออาจนานกว่านั้น เพราะเรายังบริหารต้นทุนสินค้าได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยปัจจุบันบริษัทล็อกต้นทุนสินค้าเดิมไว้ถึงเดือน ก.ค.69 กับซัพพลายเออร์

นางสาวดวงดาว กล่าวว่า ในปีนี้”ซาบีน่า”จะออกสินค้าที่ไม่ใช้ชุดขั้นในสตรีเพิ่มมากขึ้น และมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะวิสัยทัศน์เราไม่จำกัดสินค้าเฉพาะผู้หญิง ที่ผ่านมาได้เปิดตัวสินค้ากลุ่มผู้ชายไปแล้วในไตรมาส 4/68 ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ยอดเติบโตสูง ดังนั้นตั้งแต่ไตรมาส 2/69 จะเพิ่มสินค้าผู้ชายมากขึ้น เชื่อว่าจะเติบโตได้มากจากฐานเล็ก ๆ ภายใต้ชื่อ”Norma by SABINA” เพื่อตอบโจทย์ Seamless Customer Experience ที่เปิดให้ลูกค้าผู้ชายสามารถหาซื้อสินค้าได้ด้วย การเพิ่มสินค้ากลุ่มผู้ชายจะทำให้ Shop ของ SABINA เป็น One Stop Shopping

ขณะที่สินค้ากลุ่มผู้หญิง ยังคงออกสินค้าใหม่ทุกเดือน ซึ่งการ Collaboration กับสินค้าอื่น ๆ ก็ถือเป็นจุดเด่นของเรา อย่างปีก่อนที่ทำร่วมกับ”หมีเนย” นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และในปีนี้กำลังจะทยอยออกสินค้าใหม่มาในไตรมาส 3 และไตรมาส 4

นางสาวดวงดาว กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน ไม่มีสินค้ากลุ่ม Mass แล้ว แต่เน้นการพัฒนาเป็น Product Personalization เน้นแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และยังมีสินค้าในกลุ่มยั่งยืนไม่น้อยกว่า 10% พร้อมปรับปรุงช่องทางขาย Retail เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัสกับสินค้า SABINA สร้างประสบการณ์ใหม่ใน Store

รวมไปถึงนำส่งแบรนด์ SABINA แบรนด์ไทยไปสู่ Regional Brand โดยประเทศแรกที่เข้าไปแล้วคือ ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีพื้นฐานค่อนข้างใกล้เคียงประเทศไทย ทั้งสรีระของคน ไลฟ์ไตล์ ความนิยม ซึ่งปีที่แล้วได้ขยายไปแล้ว 9 สาขา แต่ลำดับแรกอยากสร้างฐานในอาเซียนให้แข็งแรงก่อน ประเทศที่เข้าไปแล้วเราก็จะไปโค้ชชิ่งให้กับ Distributor และยังเปิดกว้างให้รายใหม่ที่จะเป็น Distributor เช่น เวียดนาม นอกจากนี้ได้เปิดกว้างในการพาร์ทเนอร์ในประเทศอื่นในอาเซียน ทั้งรูปแบบ M&A หรือรูปแบบอื่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)