ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบต่อเนื่อง กังวลสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพุธ (22 เม.ย.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน จากแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นที่เปราะบาง หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แน่นอน ขณะเดียวกันนักลงทุนยังประเมินผลประกอบการของบริษัทในภูมิภาคที่ทยอยประกาศออกมา

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 613.88 จุด ลดลง 2.15 จุด หรือ -0.35%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,156.43 จุด ลดลง 79.28 จุด หรือ -0.96%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,194.90 จุด ลดลง 75.97 จุด หรือ -0.31% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,476.46 จุด ลดลง 21.63 จุด หรือ -0.21%

 

อิหร่านยึดเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สถานการณ์ในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้ามาตรการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ บริเวณชายฝั่งอิหร่าน

ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงกดดันตลาด ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ หลังการประกาศหยุดยิงแบบไม่มีกำหนดของทรัมป์ถูกมองว่าเป็นฝ่ายเดียว โดยทั้งอิหร่านและอิสราเอลยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะยอมรับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 2.3% ต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มวัสดุและเทคโนโลยีขยับขึ้น 1.7% และ 0.6% ตามลำดับ

หุ้น ASM International พุ่งขึ้น 7.1% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นตาม โดยหุ้น Aixtron และ Infineon ของเยอรมนีเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ส่วนหุ้น ASML และ BESI ปรับขึ้น 1% และ 1.9% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวลง 2.1% จากแรงกดดันของต้นทุนพลังงานที่สูงและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มอวกาศและกลาโหมลดลง 2.4%

หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมลดลง 1.9% โดยหุ้น Deutsche Telekom ร่วงลง 4.8% หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังพิจารณาการควบรวมกิจการกับ T-Mobile US ซึ่งอาจกลายเป็นดีลควบรวมกิจการภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์

ภาพรวมตลาดโลกสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เกือบทั้งหมดในเดือนเม.ย. หลังจากการเทขายอย่างหนักจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน แต่ดัชนีตลาดยุโรปโดยรวมยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม

หุ้น ABB พุ่งขึ้น 3.4% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายทั้งปี

หุ้น Reckitt ผู้ผลิตสบู่ Dettol ร่วงลง 4.6% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสต่ำกว่าคาดในธุรกิจหลัก และเตือนว่าอัตรากำไรครึ่งปีแรกจะลดลง

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจพบว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในยูโรโซนลดลงในเดือนเม.ย. ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (22 เม.ย.)

ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจปี 2569 ลงครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกันปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 เม.ย. 69)