
กระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่ได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจนจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นของไต้หวันและเกาหลีใต้เติบโตเร็วกว่าหลายประเทศสำคัญในยุโรป
ข้อมูลที่บลูมเบิร์กรายงานเป็นครั้งแรกระบุว่า มูลค่าตลาดหุ้นของไต้หวันเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้แซงหน้าสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของโลก ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้กำลังไล่ตามอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าตลาดตามหลังเพียงประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และทั้งสองประเทศยังคงมีการเติบโตของมูลค่าสูงกว่าตลาดหุ้นของฝรั่งเศสและเยอรมนี
แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริษัทเทคโนโลยีเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งผลิตฮาร์ดแวร์หลักที่ใช้ในระบบ AI บริษัทเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีระดับโลก
ในกลุ่มบริษัทดังกล่าว ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมพานี (TSMC) รวมถึงผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้แก่ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) และ เอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) ต่างมีมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเป็นซัพพลายเออร์หลักให้กับอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI
ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นยุโรปยังคงมีโครงสร้างที่พึ่งพาหุ้นในกลุ่มการเงินและอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ทำให้ไม่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเทคโนโลยีในระดับเดียวกับตลาดเอเชีย ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียมีลักษณะเชื่อมโยงกับวัฏจักรการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น
นักวิเคราะห์จากฟิเดลิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Fidelity International) ระบุว่า เซมิคอนดักเตอร์กำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในลักษณะเดียวกับน้ำมันในอดีต โดยแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี กับตลาดที่ยังพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมเป็นหลัก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 เม.ย. 69)





