
SET ปิดเช้าที่ 1,519.51 จุด เพิ่มขึ้น 1.56 จุด (+0.10%) มูลค่าซื้อขายราว 31,518.65 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งตัวผันผวนแต่ยังยืนแดนบวกได้ แรงหนุนหลักจากกลุ่มแบงก์หลัง Bond Yield ดีดขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดคาดดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้น และ GDP ไทยไตรมาสแรกออกมาโต 2.8% เป็นอีกแรงหนุนทั้งแบงก์และหุ้นอิงการบริโภค เช่น CPALL และหุ้นกลุ่มน้ำมันตอบรับราคาตลาดโลกปรับขึ้น แนวโน้มช่วงบ่ายคาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ ให้แนวต้าน 1,530 จุด แนวรับ 1,500 จุด
ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าที่ 1,519.51 จุด เพิ่มขึ้น 1.56 จุด (+0.10%) มูลค่าซื้อขายราว 31,518.65 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งผันผวนทั้งแดนบวกและลบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,510.42 จุด และจุดต่ำสุด 1,521.95 จุด
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งตัวค่อนข้างผันผวนทั้งแดนลบและบวก แต่สามารถยืนแดนบวกได้
ปัจจัยหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มแบงก์ใหญ่ปรับตัวขึ้นมาตอบรับตลาดกลับมากังวลการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อจากภาวะสงครามในตะวันออกลางที่ยืดเยื้อ และราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากเงินเฟ้อสูง
ขณะเดียวกัน สภาพัฒน์รายงาน GDP ของไทยในไตรมาสแรกออกมาเติบโต 2.8% เป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มแบงก์และหุ้นเกี่ยวข้องกับการบริโภค เช่น CPALL อีกทั้งราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเป็นปัจจัยที่กลับมาหนุนต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน เป็นอีกปัจจัยที่ขับเคลื่อนดัชนี
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ โดยให้แนวต้าน 1,530 จุด แนวรับ 1,500 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,026.43 ล้านบาท ปิดที่ 135.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,001.38 ล้านบาท ปิดที่ 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,573.25 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,536.04 ล้านบาท ปิดที่ 36.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,507.46 ล้านบาท ปิดที่ 47.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)





