
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) สักการะ “พระพุทธนวราชบพิตร” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ภายหลังลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งจะมีผลสิ้นสุดในเวลา 17.00 น. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะที่ปรึกษา โดยนายชัชชาติ กล่าวถึงเรื่องที่ขอพรว่า ได้ขอให้สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ ไม่ได้ขอพรให้ตัวเองกลับมา แต่ขอให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ หากการกลับมาของเรา จะนำสิ่งที่ดี ก็ขอให้เกิดขึ้น แต่หากกลับมาแล้ว จะเกิดสิ่งที่ไม่ดี ก็อย่าให้เกิดขึ้น
พร้อมบอกว่า การเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเย็นนี้ ไม่ได้ถือฤกษ์ยามใดเป็นพิเศษ เพียงแค่ต้องมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะหากพ้นจากตำแหน่งแล้ว จะต้องแลกบัตรเพื่อเข้ามาภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จนถึงวันนี้ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ช่วงเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนแรงบันดาลใจในการลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 นั้น แรงบันดาลใจสำคัญมาจากประชาชน การได้เห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงผลักดันสำคัญ หากประชาชนพึงพอใจ ก็ถือเป็นแรงบันดาลใจให้เดินหน้าทำงานต่อ
พร้อมระบุว่า ตลอดการทำงานในสมัยแรกที่ผ่านมา กทม. ได้แก้ไขปัญหา “เส้นเลือดใหญ่” ไปมาก ทั้งเรื่องอุโมงค์ระบายน้ำ และระบบรถไฟฟ้า แม้ประชาชนอาจไม่เห็นผลชัดเจนในทันที แต่ล้วนเป็นโครงสร้างสำคัญของเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้าแก้ปัญหา “เส้นเลือดฝอย” ควบคู่กันไป พร้อมเพิ่ม Productivity (ผลิตภาพ) และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของเมืองให้แข็งแกร่ง ทำให้กรุงเทพมหานคร สามารถแข่งขันและยืนหยัดทัดเทียมมหานครต่าง ๆ ของโลกได้ รวมถึงต้องเสริมความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ อีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 มาจาก “แสนดี” ลูกชาย ที่บอกให้สมัครต่อ ก่อนหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ต้องเชื่อลูก”
บรรยากาศภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีข้าราชการบางส่วนมารอส่งผู้ว่าฯ กทม. บริเวณลานองค์พระ ขณะที่บางส่วนยืนโบกมือลาจากหน้าต่างอาคารศาลาว่าการ โดยผู้ว่าฯ กทม. ได้โบกมือตอบกลับอย่างเรียบง่าย

จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ประกอบด้วย ศาลพระภูมิ หลวงปู่มงคลประสาท และศาลเจ้าจีน “เจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ” พร้อมพาสื่อมวลชนเข้าชมห้องทำงาน ภายหลังเก็บสิ่งของเรียบร้อยแล้ว

“ก็เป็นเรื่องปกติของการทำงาน ที่ย่อมมีวันเริ่มต้นและวันสุดท้าย วันนี้ก็จากไปด้วยความสุข ช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่สนุกมาก และเวลาผ่านไปเร็วมาก เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ก็เชื่อว่าหากเราทำงานด้วยความสนุก และความหวัง เวลาก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็หวังว่าสิ่งที่ทำลงไป จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่มากก็น้อย หากมีสิ่งใดที่ทำแล้วไม่ถูกใจ ก็ต้องขออภัยด้วย ไม่ได้มีความคิดที่จะทำให้ใครเดือดร้อน แต่อยากเห็นเมืองดีขึ้น พัฒนาให้ดีขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกัน
รวมถึงขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน ที่ช่วยสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ก็เดินหน้าต่อไป ไม่มีอะไร ตอนนี้ก็กลับไปเป็นประชาชนเต็มขั้น แล้วขออนุญาตลาไปงานรับปริญญาน้องแสนดีก่อน แล้วจะกลับมาลุยต่ออีกรอบหนึ่ง” นายชัชชาติ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)




