
ถอดรหัสความสำเร็จ Maxbit กับกลยุทธ์ DCA ที่ทำให้นักลงทุนแห่เข้าแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 18 เท่า! ท่ามกลางวัฏจักรตลาดขาลง CEO มองเห็นโอกาส “เก็บของ” ระยะยาว พร้อมแชร์มุมมองการสะสม Bitcoin Reserve และทิศทางตลาดคริปโทฯ ปี 2026 ที่เหล่านักลงทุนไม่ควรพลาด
นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด เปิดเผยว่า แคมเปญ DCA (Dollar Cost Average) ของบริษัทได้รับผลตอบรับดีกว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลังจากเปิดตัวไปในเดือนมกราคม พบว่าจำนวนผู้ใช้งานที่เข้ามา DCA บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 600% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 68
จากนั้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาจำนวนผู้ใช้งานยังขยายตัวต่อเนื่องอีกประมาณ 3 เท่า ส่งผลให้เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มแคมเปญ จำนวนผู้ใช้งานรวมเพิ่มขึ้นราว 18 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าผู้ลงทุนเริ่มจดจำ Maxbit ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นสำหรับการลงทุนแบบ DCA สินทรัพย์ดิจิทัล
“บริษัทเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแรกในไทยที่มีฟีเจอร์ DCA และนำมาต่อยอดเป็นแคมเปญอย่างจริงจัง มองว่ากลยุทธ์ DCA เหมาะสมกับสภาวะตลาดขาลง ซึ่งช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาได้”
ในด้านสินทรัพย์ที่ใช้ในแคมเปญ DCA นายปกเขตร ระบุว่า Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้ใช้งานมากกว่า 50% ขณะที่เหรียญอื่นที่ถูกนำมาใช้ในแคมเปญ ได้แก่ Ethereum และ Solana ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่บริษัทมองว่ามีศักยภาพในระยะยาว ส่วนเหรียญประเภทมีม (Meme Coin) ไม่เหมาะสมกับกลยุทธ์ DCA
นอกจากนี้ บริษัทเองก็ได้ดำเนินกลยุทธ์สะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง (Bitcoin Reserve) ควบคู่กัน โดยมีการ DCA เดือนละประมาณ 1 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการสะสมไปแล้วราว 4 ล้านบาท และให้ผลตอบแทนประมาณ 6-7% ตามภาวะตลาด อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้น แต่มองเป็นการลงทุนในระยะยาวตามวัฏจักรของ Bitcoin
นายปกเขตร กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดคริปโทฯ ในปีนี้จะอยู่ในช่วงขาลง (Bear Market) และมูลค่าการซื้อขายมีแนวโน้มลดลงจากปี 68 แต่ถือเป็นไปตามวัฏจักรของตลาด โดยคาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงขาขึ้น (Bull Market) ในอนาคต ปริมาณการซื้อขายมีโอกาสกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ยังเห็นแนวโน้มผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งจากภาคการเงินดั้งเดิมและผู้ประกอบการต่างประเทศ สะท้อนความคาดหวังว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะขยายตัวในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมีผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Bitcoin Futures เข้ามาเสริม
สำหรับทิศทางธุรกิจของ Maxbit บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มด้าน “Automation” และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนในการวิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนโดยไม่ต้องทำธุรกรรมด้วยตนเองตลอดเวลา
พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในการทำให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงการลงทุนและสร้างพอร์ตการเงินที่มั่งคั่งและยั่งยืนได้ในระยะยาว และยังแนะนำผู้ลงทุนให้เพิ่มความระมัดระวังจากกรณีมิจฉาชีพในตลาดคริปโทฯ โดยควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้บริการได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่ ผ่านช่องทางอย่างเว็บไซต์ “SEC Check First” รวมถึงพิจารณาข้อมูลงบการเงินและสภาพคล่องของผู้ให้บริการ เพื่อความปลอดภัยในการลงทุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ค. 69)




