
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (22 พ.ค.) และปิดลดลงรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 19.30 ดอลลาร์ หรือ 0.42% ปิดที่ 4,523.20 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์จาก StoneX กล่าวว่า นักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ถูกกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนไม่มั่นใจว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีฟื้นตัวจากการอ่อนตัวก่อนหน้า และยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงมักจะผลักดันเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะกดดันความต้องการทองคำ แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อก็ตาม
นักลงทุนให้น้ำหนัก 58% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในเดือนธ.ค. ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด ซึ่งก่อนหน้านี้สนับสนุนการลดดอกเบี้ยกล่าวว่า เฟดควรยุติแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเปิดทางสำหรับความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ค. หลังราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 69)





