“อภิสิทธิ์”เย้ยสุดซอยไม่จริงก่อนหน้าขึงขังประกาศลดค่าการกลั่นพอกระแสซาโยนภาระกองทุนน้ำมัน-ปชช.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การจับสัญญาณทางการเมืองหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยตีความ พ.ร.ก.กู้เงินฯว่า พยายามที่จะทำงาน การตรวจรัฐบาลเกี่ยวกับทิศทางในการบริหารเศรษฐกิจบริหารประเทศซึ่งพ.ร.ก.กู้เงินฯจะเห็นได้ว่ามีแนวคิดที่แตกต่างกันแต่มั่นใจ ที่เรียกร้องรัฐบาลน่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลรับฟังมากขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีระบุว่า ด้วยความเป็นห่วงประชาชนจึงกู้เงินมาแจก แต่กว่าจะดำเนินการได้ สิ่งที่ท่านทำได้เลยเรายังคงยืนยันว่า คือการทำให้ราคาน้ำมันนั้นถูกลง น่าเสียดายแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกับปฏิเสธสิ่งนี้ ทั้งที่เคยอธิบายถึงตัวเลขที่จะเสียเงินหรือสูญเสียรายได้น้อยกว่ากันมากและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และจะได้ไม่ต้องเกาะหนี้เพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น

และยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานบอกกับเราว่าจะเอาจริง เรื่องการดำเนินการคาดการณ์กลั่นที่สูงผิดปกติ และยังกล่าวว่าจะเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ แต่เมื่อสังคมไม่ได้จับจ้องปัจจุบันไม่ได้ทำ เรื่องการลดค่าการกลั่น กลับไปสู่ระบบเดิมพยายามจะดึงราคาหน้าปั๊ม โดยการโยนภาระกับอันที่กองทุนน้ำมัน ซึ่งควรใช้น้ำมันจะมีภาระในอนาคต ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่าสุดซอย หรือคำพูดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และกลับมาที่เดิม รัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังในเรื่องต้นเหตุ ในที่สุดรัฐบาลจะเสียเงินจำนวนมาก ช่วยประชาชนได้เพียงชั่วคราว และยังสร้างหนี้ไว้ให้กับลูกหลาน

นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวว่าในช่วงสัปดาห์ จะมีการพิจารณาเรื่องแลนด์บริจด์จะชี้ให้ชัดว่าโครงการแลนด์บริดจ์ที่ต้องใช้เงินกว่าล้านล้านบาท ในเงินจำนวนเดียวกันคนใต้จะมีมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพฯไปถึงชายแดน มีรถไฟรางคู่ที่เป็นระบบไฟฟ้าเชื่อมกับมาเลเซียได้ และสามารถพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ทั้งระนองและอ่าวไทยที่จะไปเชื่อมกับปีนัง และยังสามารถเชื่อมสมุยกับภูเก็ต และที่สำคัญคือใช้งบประมาณน้อยกว่าด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราพยายามเดินหน้าให้รัฐบาลกลับมารับฟัง

ส่วนกรณีที่รัฐบาลระบุว่าที่ต้องไปกู้เงินเพราะไม่สามารถโอนงบประมาณมาได้นั้น ความจริงจะเห็นได้ว่าขณะนี้ในบางกระทรวง รัฐมนตรีคนใหม่เข้าไป พบว่ามี โครงการหลายโครงการมีปัญหาอย่างเช่นกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมหรืออว. ซึ่งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้พรรคประชาธิปัตย์จะแถลงข่าว ถึงเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบความผิดปกติในการใช้งบประมาณในปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI

เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร หลังจากที่ผู้มากบารมีทางการเมืองทั้งค่ายสีแดงและค่ายสีน้ำเงิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าปัญหาของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีบารมีมาค้ำปัญหาของรัฐบาลคือต้องแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ความเดือดร้อนเราก็ทราบโดยทั่วกัน และสิ่งสำคัญอย่างที่ตนพูดในวันแรกว่าอาจไม่ตรงใจ แต่หากมีผลประโยชน์แอบแฝงคงไม่มีใครรับได้

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าขณะนี้ระบอบน้ำเงินกำลังกินรวบประเทศไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนว่าอย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป เพราะมีบทเรียนมาทุกยุคทุกสมัย ว่ามีความพยายามกินรวบ หรือลุแก่อำนาจจะจบไม่สวยหรอก

สำหรับเรื่องที่พรรคประชาชนได้เสนอเรื่องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน กับประธานสภาผู้แทนราษฎร ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นดุลยพินิจของประธานสภา ตอนนี้มีความสับสนนิดหน่อย เหมือนกับว่ารัฐบาลเพิ่งมีมติเกี่ยวกับการกลั่นกรองโครงการ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ว่า รัฐบาลดำเนินการกู้เงินแล้วหรือยัง ตนเข้าใจว่าประธานให้เหตุผลว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัย แต่ตนคิดว่าหากเมื่อใดที่รัฐบาลมีการกู้เงินชัดเจน ก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ควรจะเร่งพิจารณา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 69)