ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องวานนี้ หลังสหรัฐเพิ่มขนาดซื้อคืนบอนด์

ณ เวลา 21.56 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.02% สู่ระดับ 98.813 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% สู่ระดับ 1.168 เทียบยูโร และดีดตัว 0.37% สู่ระดับ 158.74 เยน

กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงวานนี้ว่า ทางกระทรวงฯ จะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า

ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าว กระทรวงการคลังจะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยทางกระทรวงฯ จะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็น “อย่างน้อย” 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน

การประกาศดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงเทขายดอลลาร์อย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานะทางการคลังของสหรัฐอาจเลวร้ายลง และเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมแจ็กสัน โฮลในสัปดาห์หน้า เพื่อหาสัญญาณว่าเขามีแผนที่จะรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างไร

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 67.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 32.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 52.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนัก 47.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%

ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้น้ำหนัก 67.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 32.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ