นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ในกรอบ โดยยังมีปัจจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมา หลังจากผู้นำอิหร่านยังไม่เปิดให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เสรี และราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้น ประกอบกับ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 5% กดดันตลาดหุ้น ตลาดรอการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐและประธานาธิบดีจีน พร้อมให้แนวต้าน 1,620 จุด แนวรับ 1,590 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ไนกรอบ แต่ก็มีแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เข้ามากดดันเพิ่มเติมหลังจากที่ผู้นำอิหร่านอาจจะยังไม่ยอมให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี ทำให้กลับมาเป็นปัจจัยกดดันอีกครั้ง และราคาน้ำมันมีการปรับตัวขึ้นมา
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) 10 ปีกลับมาปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 5% ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันต่อตลาดหุ้น และตลาดยังรอติดตามการการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐและประธานาธิบดีจีน
โดยให้แนวต้าน 1,620 จูด แนวรับ 1,590 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (23 ก.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,511.59 จุด ลดลง 352.10 จุด หรือ -0.68% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,706.03 จุด ลดลง 58.61 จุด หรือ -0.75% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,936.04 จุด ลดลง 308.24 จุด หรือ -1.13%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,476.44 จุด เพิ่มขึ้น 457.49 จุด หรือ +0.70% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,649.45 จุด ลดลง 184.67 จุด หรือ -0.74% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,925.32 จุด ลดลง 11.20 จุด หรือ -0.28% ดัชนี KOSPI[KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลชูซอก
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (23 ก.ย.) 1,610.70 จุด เพิ่มขึ้น 6.26 จุด (+0.39%) มูลค่าซื้อขาย 64,414.26 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (23 ก.ย.) 1,172.15 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย.. (23 ก.ย..) เพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (23 ก.ย..) อยู่ที่ 4.56 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.46 อ่อนค่าต่อ รับดอลลาร์แข็งค่าหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีกว่าคาด-บอนด์ยีลด์หนุน
-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีในวันนี้ หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
-สำนักข่าว Politico รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 5 รายระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมแผนที่จะห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.
– “อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์-ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมโรดโชว์กระหึ่มนิวยอร์ก พบผู้บริหารระดับสูง “Bank of America-ไมโครซอฟท์-PIMCO” ดึงกองทุนยักษ์ระดับโลกร่วมรับฟังข้อมูลแน่นกว่า 25 ราย ตอกย้ำจุดแข็งเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ วินัยการคลังเคร่งครัด และความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ด้าน Data Center นักลงทุนสถาบันยักษ์ใหญ่แห่เชื่อมั่น ชี้ตลาดทุนไทยเติบโตโดดเด่น เม็ดเงินต่างชาติจ่อไหลกลับ ถือเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สู่เป้าหมายประเทศรายได้สูงในอนาคต
-“ฟิทช์ เรทติ้งส์” ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต 5 ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในไทย EXIM, KTB, TTB, SCBT และ UOBT สู่ระดับ “มีเสถียรภาพ” สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเงินในอนาคต และทิศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น รับอานิสงส์โดยตรงจากการปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศ
-กกพ.ปลดล็อกโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ เปิดรับซื้อไฟฟ้า 2.1679 บาทต่อหน่วย ดันศึกโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด เดือด! GUNKUL พร้อมชิงหลายโครงการ โกยงานรับเหมา EPC เต็มสูบ TSE ตั้งเป้ากำลังผลิตใหม่ไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ ลุยทั้งโซลาร์ชุมชน-Direct PPA เจาะดีมานด์ Data Center ขณะที่ SSP เร่งสะสมโครงการต่อยอดกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก บล.หยวนต้า ชี้ เปิดทางโตโรงไฟฟ้ารายกลาง-เล็ก ชู GUNKUL-SSP-TSE รับอานิสงส์รอบใหม่
-น้ำมันเครื่องบินตลาดโลกพุ่ง 7.4% ในสัปดาห์เดียว กทพ.เร่งประเมิน ชี้กระทบเส้นทางบินภายในประเทศสูงกว่าระหว่างประเทศ เหตุโครงสร้างภาษี ระบุ “โลว์คอสต์” ต้นทุนน้ำมันแตะ 60% กำชับสายการบินวางแผนธุรกิจรัดกุม “การบินไทย” ชี้โอกาสเสียบแทนโลว์คอสต์ “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” ชี้ตั๋วบินแพงกว่าก่อนสงคราม 20-25% “แอร์เอเชีย” เจ็บหนักขึ้นค่าตั๋วไม่ได้ ธุรกิจอยู่ช่วงฟื้นตัว
-ธนาคารพัฒนาเอเชีย ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2% จาก 1.8% รับปัจจัยหนุนส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเทคโนโลยี AI ครึ่งปีแรกโตสูง 14.8% ดันลงทุนในประเทศขยายตัว 11.6% เตือนรับมือความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” รุนแรงขึ้นช่วงปลายปีกระทบผลผลิตการเกษตร ราคาอาหาร ปี 2570 จับตาความผันผวนราคาพลังงาน หนี้ครัวเรือนสูงกดดันการบริโภค พื้นที่การคลัง
-สถานการณ์ SME ปัจจุบันเผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งพบปัญหาการถูกคู่ค้า ยืดหรือขยายระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้า (Credit Term) จากทั้งผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ (Modern Trade) ซึ่งทำให้เกิดการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรม
*หุ้นเด่นวันนี้
–WHA (กสิกรไทย) คงแนะ “ซื้อ” ที่ 6.25 บาท สถานะมั่นคงในอุตสาหกรรม IE ซึ่งมีการเติบโตสูง จะช่วยให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนระยะยาว ในระยะสั้นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ data center ในประเทศไทย หลังรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูลอาจกดดันราคาหุ้น แนวโน้มการดำเนินงานแข็งแกร่งใน H2/69 ความได้เปรียบของ WHA เมื่อกฎเกณฑ์ธุรกิจศูนย์ข้อมูลชัดเจน และความคืบหน้าเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจยานยนต์จะดึงความสนใจของนักลงทุนกลับมา
-BCP (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 65.00 บาท สหรัฐพิจารณาแบนส่งออกน้ำมันดีเซลในสหรัฐส่งผล spread น้ำมันดีเซลในตลาดโลกมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง BCP ให้ตอบแทน -1%WoW เทียบกลุ่มโรงกลั่นที่ปรับตัวขึ้น 5-17%WoW ขณะที่ Valuation น่าสนใจ PE’69 เพียง 2.8 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น
-AOT (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 71 บาท ประเมินแนวโน้มกำไรดีเข้า High season ประเมินแนวโน้มผลงานงวด Q4/69 (ก.ค.-ก.ย.) จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว + ผลการปรับ PSC ผู้โดยสารขาอออกเต็มไตรมาส (เริ่มปรับ 20 มิ.ย.) และเราประเมินแนวโน้มกำไร งวด Q1/70 (ต.ค.-ธ.ค.) จะดีต่อเนื่องจากเข้า High season เริ่มต้นไตรมาสด้วย Golden week จีน + การจัด Event ขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วงปลายปีนี้
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน





