
เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ลงนามกฎหมายใหม่รวม 4 ฉบับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 ก.ย.) เพื่อควบคุมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสถานที่ทำงาน โดยมุ่งเน้นการกำหนดให้มีมนุษย์ร่วมกำกับดูแลขั้นตอนการลงโทษและการเลิกจ้างแรงงาน ตลอดจนการจำกัดขอบเขตการสอดส่องพนักงานในสถานที่ทำงาน
สำหรับรายละเอียดของกฎหมายสำคัญ ได้แก่ ร่างกฎหมายวุฒิสภา ฉบับที่ 947 (Senate Bill 947) ที่ห้ามไม่ให้นายจ้างพึ่งพาระบบอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวในการลงโทษหรือเลิกจ้างพนักงาน โดยในกรณีที่นายจ้างใช้ระบบดังกล่าวเป็นหลัก จะต้องมีมนุษย์เข้ามาตรวจสอบและยืนยันการตัดสินใจร่วมกับข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วยเสมอ
ส่วนร่างกฎหมายวุฒิสภา ฉบับที่ 951 (Senate Bill 951) กำหนดให้นายจ้างต้องระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มเติมในหนังสือแจ้งล่วงหน้าก่อนการเลย์ออฟ การย้ายสถานที่ทำงาน หรือการปิดกิจการ ซึ่งเดิมเป็นสิ่งที่กฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนียกำหนดไว้แล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ในกรณีที่เทคโนโลยี AI หรือระบบอัตโนมัติเป็นสาเหตุทั้งหมดหรือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการทดแทนตำแหน่งงานหรือการเลิกจ้าง
กฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่หอการค้าแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียออกมาคัดค้าน โดยชี้ถึงภาระค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎหมายและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอดส่องในที่ทำงานอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ 1883 (Assembly Bill 1883) จำกัดการใช้ AI สอดส่องที่มุ่งวิเคราะห์หรือคาดเดาอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบประสาทของพนักงาน
ขณะที่ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ 1331 (Assembly Bill 1331) ห้ามใช้เทคโนโลยีสอดส่องและติดตามภายในห้องน้ำในสถานที่ทำงานโดยทั่วไป
ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุในแถลงการณ์ว่า “AI ควรเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาส ไม่ใช่การสร้างผลกระทบต่อแรงงานและครอบครัว” พร้อมกล่าวด้วยว่า ในขณะที่เทคโนโลยีนี้กำลังเข้ามาพลิกโฉมสถานที่ทำงาน รัฐแคลิฟอร์เนียจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





