น้ำมัน WTI ปิดบวก 45 เซนต์ จับตาทรัมป์แถลงประเด็นรัสเซีย-ยูเครน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) หลังจากมีรายงานว่ารัสเซียได้โจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังพยายามผลักดันให้รัสเซียทำข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน

  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 64.60 ดอลลาร์ /บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 56 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 68.62 ดอลลาร์/บาร์เรล

รัสเซียได้โจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 รายในกรุงเคียฟ ขณะที่กองทัพยูเครนเปิดเผยว่าได้ใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย 2 แห่งเมื่อคืนที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของรัสเซีย ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวหลังจากนี้

นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของอินเดียว่าจะตอบสนองอย่างไร หลังจากถูกสหรัฐฯ กดดันให้ยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยปธน.ทรัมป์ได้ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียเป็นสองเท่าสู่ระดับ 50% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อลงโทษอินเดียที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันปรับตัวลงในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าฤดูการขับขี่รถยนต์ในหน้าร้อนของสหรัฐฯ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อาจทำให้ความต้องการน้ำมันเบนซินในตลาดปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยลบในระหว่างวัน จากการที่รัสเซียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันดรุซบา (Druzhba) เพื่อส่งน้ำมันให้แก่ฮังการีและสโลวาเกียอีกครั้ง หลังจากที่ปิดท่อส่งดังกล่าวเนื่องจากถูกยูเครนโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)