
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) โดยแรงหนุนนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 25.70 ดอลลาร์ หรือ 0.75% ปิดที่ 3,474.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.43% แตะที่ระดับ 97.814 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด หลังได้รับข้อมูลจากผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเพื่อการเคหะของรัฐบาลสหรัฐฯ (FHFA) ว่า ลิซา คุกมีพฤติกรรมฉ้อโกงด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ล่าสุด คุกได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากคำสั่งของปธน.ทรัมป์ในระหว่างที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ขณะที่ผู้พิพากษา เจีย คอบบ์ ได้กำหนดการไต่สวนคำร้องของคุกในวันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.6% เช่นกันในเดือนมิ.ย. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะขึ้น 2.9% ในเดือนก.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนมิ.ย.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)