ไทย-กัมพูชา: ประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ “บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชารุกล้ำ-รื้อลวดหนาม

พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา กำหนดให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชาวไทยและจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย

โดยมีมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย

ข้อ 2 ให้ถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย

ข้อ 3 มาตรการในการเข้าไปในพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้

3.1 ห้ามพกพาอาวุธทุกชนิด หรือสิ่งเทียมอาวุธเข้ามาในพื้นที่

3.2 ห้ามปิดเส้นทางที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

3.3 ห้ามถ่ายภาพฐานปฏิบัติการทางทหาร

3.4 ห้ามทะเลาะวิวาท และดื่มของมึนเมา

3.5 ห้ามนำเครื่องขยายเสียงเข้าในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

มาตรการดังกล่าวนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และยืนยันชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาว่า เขตแดนไทยเป็นพื้นที่อธิปไตยที่ไม่อาจถูกล่วงละเมิดได้

ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ กองกำลังบูรพาได้กำหนดแนวทางดำเนินคดีในกรณีที่มีชาวกัมพูชาละเมิดต่อมาตรการดังกล่าว ดังนี้

1. กรณีบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาฝั่งไทย จะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

2. กรณีบุกรื้อลวดหนาม

  • มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • หากมีการเอาทรัพย์ไปด้วย เช่น ขโมยลวดหนาม จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของทางราชการ ตามมาตรา 335 (10)
  • หากเข้าข่ายเป็นการกระทบต่อเอกราชของไทย อาจมีความผิดตามมาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบมาตรา 129 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
  • เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบ มาตรา 129 ฐานกระทำการใดๆ ที่ทำให้เอกราชของไทยเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต

3. กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ฝั่งไทย

  • หากมีการทำร้ายร่างกาย, ฆ่าหรือพยายามฆ่า จะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และจะต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด

กองกำลังบูรพาขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในพื้นที่อธิปไตยของไทย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)