
ช็อกทั้งประเทศ ! เมื่อเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงวันเลือกตั้ง แต่จากผลสำรวจของโพลหลายสำนัก กลับพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกใครเป็นนายก คนที่ใช่ทำไมยังหาไม่เจอ !
“อินโฟเควสท์” ไม่รอช้า พาไปวิเคราะห์เหล่า 5 แคนดิเดตตัวเต็ง ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง กับรศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้มีคำตอบในใจ ก่อนเดินเข้าคูหาในวันที่ 8 ก.พ. 69
1) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ : พรรคเพื่อไทย
๐ ข้อดี
• เป็นตัวเลือกที่ลงตัว : รักษาสมดุลระยะห่างของตระกูลชินวัตรกับพรรคเพื่อไทยได้ดี
• โปรไฟล์วิชาการโดดเด่น : ภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับและขายได้ในกลุ่มชนชั้นกลาง
• มีภูมิหลังทางการเมือง : อยู่ในครอบครัวที่มีนักการเมืองระดับนายกรัฐมนตรี ขณะที่มารดาก็เป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง นอกจากนี้ยังเคยลงสมัคร ส.ส. เช่นกัน
๐ ข้อเสีย
• เงาตระกูลตามติด : ไม่สามารถสลัดภาพการเป็นคนของตระกูลชินวัตรที่ “ทักษิณ” จะควบคุมหรือบงการอย่างไรก็ได้
• การแทรกแซง : มีความกังวลว่ามารดาจะเข้ามามีบทบาทแทรกแซงการบริหารงานเหมือนในอดีตหรือไม่
• ขาดประสบการณ์จริง : เมื่อเทียบกับแคนดิเดตรายอื่น ยังไม่เคยเป็นผู้เล่นตัวจริงในฐานะ ส.ส. หรือ รัฐมนตรี
2) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : พรรคประชาชน
๐ ข้อดี
• ชัดเจน : ตอบคำถามตรงไปตรงมา หายากในนักการเมืองไทย เช่น จะไม่จับมือกับพรรคสีเทา หรือ จะไม่ยกมือโหวต “อนุทิน” ซ้ำสอง
• สื่อสารเป็นระบบ : สื่อสารแบบวิศวกร เข้าใจง่าย เริ่มมีความเป็นตัวเองมากขึ้น พัฒนาจากตอนรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคช่วงแรก
• มีภาวะผู้นำ : รับผิดชอบและอธิบายถึงประเด็นในอดีตที่สมาชิกพรรคเคยพูดหาเสียงไว้
๐ ข้อเสีย
• ออร่าไม่จับ : บุคลิกภาพทางการเมืองยังไม่โดดเด่นเท่า “ธนาธร” หรือ “พิธา”
• วาทกรรมเก่า : แบกภาระการแก้ไขความเข้าใจผิดในอดีต ซึ่งมักเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรค เช่น เรื่องกองทัพ หรือ ม.112
3) นายอนุทิน ชาญวีรกูล : พรรคภูมิใจไทย
๐ ข้อดี
• วัยวุฒิและประสบการณ์ : อยู่ในวัยที่มีความรอบคอบในการตัดสินใจ และผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาหลายรูปแบบ ทั้ง ส.ส. รัฐมนตรี ไปจนถึง เก้าอี้นายก
• คอนเนคชั่นจัดหนัก : มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายฝ่าย ทั้งกองทัพ ข้าราชการ นักการเมืองบ้านใหญ่ทั่วประเทศ
• มีที่ปรึกษาสุดปัง : “ครูใหญ่บุรีรัมย์” ช่วยเดินเกมทางการเมืองได้อย่างลงตัว
๐ ข้อเสีย
• พูดไม่เก่ง : ยอมรับด้วยตัวเองว่าไม่เก่งเรื่องการสื่อสาร การโน้มน้าวอารมณ์ผู้คน หรือ การดีเบต
• อนุรักษ์นิยม : อาจถูกมองว่าเป็นตัวแทนของฝั่งอนุรักษ์นิยมแทนที่ “ประยุทธ์”
• ภาพจำเชิงลบ : คดีเขากระโดง-ฮั้วสว. ไปจนถึง การบริหารจัดการช่วงโควิด และน้ำท่วมใต้ ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
4) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : พรรคประชาธิปัตย์
๐ ข้อดี
• โปรไฟล์ระดับท็อป : การศึกษาเป็นที่ยอมรับ ประสบการณ์ทางการเมืองแน่น ดีเบตเก่ง
• อุดมการณ์ : มีจุดยืนที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงของพรรค เช่น ประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม หรือ ในอดีตเคยประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ “ประยุทธ์” ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมก็จะขอลาออก
• รอบคอบมากขึ้น : เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต ว่าจะไม่ตัดสินใจอะไรง่าย ๆ อย่างที่ผ่านมา อาทิ การจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระยะยาวจนถึงปัจจุบัน
๐ ข้อเสีย
• เข้าถึงยาก : เว้นระยะห่างกับนักการเมืองกลุ่มอื่น และการสื่อสารภาษากายอาจดูมีกำแพงกั้น
• สส.ในพรรค : ประชาชนอาจชอบ “อภิสิทธิ์” แต่ร้องยี้ให้กับสส.บางคนในพรรคที่เคยทำลายอุดมการณ์
5) นายธรรมนัส พรหมเผ่า : พรรคกล้าธรรม
๐ ข้อดี
• ใจถึง พึ่งได้ : บุคลิกเป็นที่ชื่นชอบของนักการเมืองบ้านใหญ่ และมีทรัพยากรพร้อมสนับสนุนเครือข่ายของตน
• เข้าใจระบบอุปถัมภ์ : โตมากับระบบอุปถัมภ์ จึงเข้าใจและปกป้องบริวารได้อย่างดี สร้างความจงรักภักดีได้สูง
๐ ข้อเสีย
• คนบางกลุ่มไม่ซื้อ : ชนชั้นกลางไม่อิน อาทิ ตอนลงพื้นที่น้ำท่วมใต้ ก็ถูกมองว่า เป็นการแสดง
• เรื่องเทา ๆ : คนในพรรคมีข้อกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาหรือแก๊งสแกมเมอร์
• ภาพในอดีตทำร้าย : วลี”มันคือแป้ง” ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ถูกนำมาโจมตี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





