
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ว่า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ระหว่างวันที่ 13-16 ม.ค. 69 ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบน เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น อัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ และมีจุดความร้อนในบางพื้นที่ ประกอบจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ในหลายพื้นที่เริ่มขยับสูงขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.68 ถึง 11 ม.ค. 69 พบจุดความร้อนสะสมทั้งสิ้น 8,127 จุด เป็นพื้นที่นาข้าว 3,561 จุด เกษตรอื่นๆ 1,401 จุด พื้นที่อื่นๆ 1,071 จุด พื้นที่ป่า 841 จุด พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 643 จุด และพื้นที่อ้อย 610 จุด โดยพบการเผาในพื้นที่นาข้าวมากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคอีสาน ทั้งนี้พบว่าสถานการณ์จุดความร้อนเริ่มพบเจอการเผาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ย. 68 และเริ่มขยับสูงขึ้นช่วงปลายเดือน ธ.ค. 68
ด้านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 13 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 07.00 น. ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ลำพูน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก อุทัยธานี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ชุมพร หนองคาย อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ และ สุรินทร์
– ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 9.2-44.0 มคก./ลบ.ม.
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 18.4-102.1 มคก./ลบ.ม.
– ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 28.0-58.2 มคก./ลบ.ม.
– ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 17.3-43.4 มคก./ลบ.ม.
– ภาคใต้ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 15.5-42.1 มคก./ลบ.ม.
– กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 30.9-68.4 มคก./ลบ.ม.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)





