เลือกตั้ง’69: กกต.จับมือพันธมิตร เร่งขับเคลื่อนสร้างพลเมือง เตรียมพร้อมใช้สิทธิ์เลือกตั้ง-ประชามติ

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างพลเมือง รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อชี้แจงเป้าหมายและแสวงหาแนวทาง เพื่อนำ กิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี พ.ศ. 2569 ไปสู่แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการปกครอง กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุเป้าหมาย

นายณรงค์ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกต. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุเป้าหมายของ สำนักงานกกต.

โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกหน่วยงานจะนำประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา มาแลกเปลี่ยนความคิดทักษะในการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“สำนักงาน กกต. มีการทำ MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ความรู้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับเรื่องของการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะมีการมอบหมายภารกิจให้ไปรณรงค์ในพื้นที่ระดับตำบล เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น” ประธาน กกต.ระบุ

 

  • ประชาชนไม่ตื่นตัว “ประชามติ” แก้รัฐธรรมนูญ

นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกระแสการรณรงค์การลงคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ค่อนข้างเงียบ ว่า ขณะนี้ สำนักงาน กกต.ได้จัดส่งเนื้อหาการทำประชามติไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ และนอกราชอาณาจักรแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การตื่นตัวของประชาชนในการทำประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร

ทั้งนี้ กกต.แต่ละจังหวัด อาจต้องขอความมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายภาคประชาชน ช่วยรณรงค์การทำประชามติตามบ้านผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากขึ้น พร้อมทั้งให้ กกต.แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดผู้ขอจัดเวทีแสดงความคิดเห็นที่แต่ละจังหวัดจะต้องมีการจัดเวทีอย่างน้อย 1 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะขึ้นเวทีดีเบตรณรงค์สนับสนุนให้ประชาชนออกมาลงมติ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” นั้น จะต้องมีการลงทะเบียนกับ กกต.จังหวัดแต่ละจังหวัดก่อน โดยมีกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. เป็นแม่ข่ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ และโทรทัศน์

“เนื้อหาการทำประชามติครั้งนี้ จะเป็นการถามประชาชนว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เท่านั้น ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่เห็นชอบ จึงจะมีกระบวนการทำประชามติในขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ กระบวนทำประชามติก็จบลงทันที” รองเลขาธิการ กกต. ระบุ

ทั้งนี้ พรรคการเมือง ภาคประชาชนต่าง ๆ ตลอดจนสื่อมวลชน สามารถทำกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้และชักชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิเรื่องการทำประชามติได้ แต่ต้องไม่สัญญาว่าจะ “ให้” “ขัดขวาง” หรือ “เผยแพร่ข้อมูลการทำประชามติอันเป็นเท็จ” ซึ่งการกระทำผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)