กต.สหรัฐฯ เพิกถอนวีซ่ากว่า 1 แสนฉบับในรอบเกือบปี คุมเข้มมาตรการตรวจคนเข้าเมือง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้เพิกถอนวีซ่ามากกว่า 100,000 ฉบับ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน

กระทรวงฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อวันจันทร์ (12 ม.ค.) ว่า วีซ่าที่ถูกเพิกถอนดังกล่าวรวมถึงวีซ่านักเรียนประมาณ 8,000 ฉบับ และวีซ่าเฉพาะทางอีกราว 2,500 ฉบับ ซึ่งเป็นของบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากการกระทำผิดทางอาญา พร้อมระบุว่าจะเดินหน้าส่งตัวอันธพาลออกนอกประเทศ เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ

รายงานระบุว่า วีซ่าส่วนใหญ่ที่ถูกเพิกถอนเป็นของผู้เดินทางเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยว ซึ่งอยู่เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขวีซ่า

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาวีซ่านักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ได้กำหนดมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มเติม มุ่งเป้าไปที่นักเรียนที่เดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ และอาจเคยเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านการปฏิบัติการของอิสราเอลในฉนวนกาซา

นอกจากนี้ กระทรวงฯ มีคำสั่งเมื่อปลายเดือนพ.ค. ให้สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก ระงับการนัดหมายสัมภาษณ์ใหม่สำหรับผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียน ขณะที่ในเดือนมิ.ย. ได้ขยายการตรวจสอบไปยังสื่อสังคมออนไลน์และตัวตนบนโลกดิจิทัลของผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียนทุกราย

ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายด้านคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวีซ่านักเรียน โดยในเดือนส.ค. กระทรวงฯ ระบุว่า อยู่ระหว่างทบทวนข้อมูลของผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 55 ล้านราย เพื่อพิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายถูกส่งตัวออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านคนเข้าเมือง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)