
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (14 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันของอิหร่านอาจเผชิญภาวะชะงักงัน หลังมีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ อาจจะโจมตีอิหร่าน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 62.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 66.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ หลังจากอิหร่านได้เตือนบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางว่า อิหร่านจะทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธว่า ทางการสหรัฐฯ ได้สั่งให้ฐานทัพสำคัญที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันการโจมตี
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับรายงานว่าการสังหารกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านเริ่มลดน้อยลงแล้ว และเขาเชื่อว่าขณะนี้ทางการอิหาร่านยังไม่มีแผนที่จะกวาดล้างผู้ประท้วงเป็นวงกว้าง
นักวิเคราะห์จาก Price Futures Group กล่าวว่า ตลาดคาดการณ์ว่าอาจจะไม่มีการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันลดช่วงบวกนั้น มาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 3.6 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 29,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 200,000 บาร์เรล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า เวเนซุเอลาเริ่มกลับมาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้งและอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดปรับตัวสูงขึ้น โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวน 2 ลำได้แล่นออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลาพร้อมน้ำมันดิบลำละประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) ซึ่งอาจเป็นการจัดส่งครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงการจัดหาอุปทานน้ำมันดิบ 50 ล้านบาร์เรลระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ เพื่อให้เวเนซุเอลากลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกจากเวเนซุเอลา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)





