
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.46 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากปิดวันก่อนที่ระดับ 31.42 บาท/ดอลลาร์
โดยตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่ไร้ทิศทางของทั้งเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาทองคำ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในช่วงคืนที่ผ่านมาจะออกมาดีกว่าคาด และศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ยัง ไม่มีคำตัดสินในคดีมาตรการภาษีนำเข้าที่ออกโดยประธานาธิบดีทรัมป์
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในลักษณะ Sideways หลังตลาดยังคงขาดการรับรู้ปัจจัย สำคัญ อย่าง คำตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้าจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นในตลาด ต่างก็รอรับรู้ปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง หลังโมเมนตัมการแข็งค่าของดอลลาร์ยังคงมีกำลังอยู่ ซึ่งต้องจับ ตาปัจจัยของสหรัฐฯ อาทิ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ถ้อยแถลงบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงประเด็นความเป็น อิสระของเฟด ซึ่งจะมีทั้งคดีของประธานเฟด และปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่ประเด็นการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ นั้น อาจเป็นประเด็นสำคัญในระยะข้างหน้า
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 31.35-31.55 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.33 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.80/81 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1640 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1650/1651 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.481 บาท/ดอลลาร์
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (14 ม.ค.) หลัง จากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าอาจจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร และเงินปอนด์ ในขณะที่ นักลงทุนประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ
- สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 36.60 ดอลลาร์ หรือ 0.80% ปิดที่ 4,635.70 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (14 ม.ค.) เนื่องจากความ ไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0056 หยวน แตะที่ระดับ 7.0064 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ ปรับตัวขึ้น/ลง ไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ใน เดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.68
- ผู้พิพากษาศาลฎีกาขึ้นนั่งบัลลังก์เมื่อวานนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือเมื่อคืนวานนี้ เวลา 22.00 น. ตาม เวลาไทย แต่ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ประกาศคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ศาลฎีกา สหรัฐฯ อาจเลื่อนการประกาศคำวินิจฉัยในกรณีภาษีทรัมป์ต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.69
- นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมตลอดครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งรวม ถึงในการประชุมเดือนม.ค. แต่ก็คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี
- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.50% ในการประชุมวันนี้ (15 ม.ค.) ซึ่งเป็น การคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 5 นับตั้งแต่การประชุมในเดือนก.ค. 2568 เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินวอนและความวิตกกังวลเกี่ยว กับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย สัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนม.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค., การผลิตภาค อุตสาหกรรมเดือนธ.ค. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)





