
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และอันโตนิโอ กอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) เตือนว่า คำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรโดยมีเงื่อนไขผูกโยงกับกรีนแลนด์ จะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และเสี่ยงที่จะนำไปสู่วงจรที่สถานการณ์ย่ำแย่ลงต่อเนื่อง
“มาตรการภาษีจะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดวงจรหายนะ” แถลงการณ์ร่วมระบุ
ฟอน เดอร์ เลเยน และกอสตา ย้ำว่าบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญยิ่งสำหรับยุโรปและประชาคมโลก พร้อมเสริมว่ายุโรปจะยังคง “เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีการประสานงานที่ใกล้ชิด และยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยของตนเอง”
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อดินแดนดังกล่าว
กรีนแลนด์เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก โดยรัฐบาลโคเปนเฮเกนยังคงดูแลด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง ขณะที่สหรัฐฯ มีฐานทัพตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ และนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าดำรงตำแหน่งในปี 2568 เขาได้แสดงความต้องการหลายครั้งที่จะครอบครองกรีนแลนด์ให้ได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ม.ค. 69)





