
นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัวตาม Sentiment ต่างประเทศหลังความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ขณะเดียวกันคาดเห็นการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม ICT หลังเมื่อวานนี้ราคาหุ้น TRUE ปรับตัวลงแรงจาก Panic Sell โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัว ตาม Sentiment บวกตลาดหุ้นต่างประเทศที่เริ่มฟื้นหลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปคลี่คลายลง
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ เมื่อวานที่ตลาดปรับตัวลงจากแรงกดดันหลัก TRUE ร่วง 14.5% กดดัชนีลงไปราว 5 จุด โดยมองว่าตลาด Over-react เกินไป จากประเด็นเทเลนอร์ขายหุ้น TRUE ให้บริษัทของนายศุภชัย เจียรวนนท์ เรามองประเด็นดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อธุรกิจและผลการดำเนินงานต่าง ๆ มากตามที่ราคาหุ้นปรับลงมา ส่งผลให้วันนี้หุ้นในกลุ่ม ICT น่าจะเห็นแรงฟื้นกลับขึ้นมา
โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (22 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,384.01 จุด เพิ่มขึ้น 306.78 จุด หรือ +0.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,913.35 จุด เพิ่มขึ้น 37.73 จุด หรือ +0.55% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,436.02 จุด เพิ่มขึ้น 211.20 จุด หรือ +0.91%
- ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,898.45 จุด เพิ่มขึ้น 209.56 จุด หรือ +0.39%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,861.36 จุด เพิ่มขึ้น 231.40 จุด หรือ +0.87% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,130.11 จุด เพิ่มขึ้น 7.53 จุด หรือ +0.18%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 ม.ค.) 1,317.56 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุด (+1.63%) มูลค่าซื้อขาย 68,148.65 ล่านบาท
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (22 ม.ค.) 246.19 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (22 ม.ค.)ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.08% ปิดที่ 59.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 ม.ค.) อยู่ที่ 7.37 เหรียญ/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 31.08 แนวโน้มแข็งค่า จับตาประชุม BOJ คาดกรอบวันนี้ 31.00-31.35
- “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้เศรษฐกิจไทยต้นปี 69 “เปราะบาง” โอกาสเสี่ยง “ถดถอยเชิงเทคนิค” จากกำลังซื้ออ่อน-การลงทุน-ส่งออกซบ และความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้ครึ่งปีหลังยังมีลุ้นฟื้นตัว หากงบประมาณและมาตรการกระตุ้นรัฐเดินหน้าได้จริง ท่ามกลางแรงกดดัน สงครามการค้า ค่าเงินบาทแข็ง และความผันผวนเศรษฐกิจโลก
- “ซีอีโอ” ธุรกิจสะท้อนโจทย์ใหญ่ รัฐบาลใหม่ชี้ไทยต้องมี “นิว โกรท เอ็นจิ้น” เร่งดิจิทัล ปั้นคนเอไอสร้าง “เทค อีโคซิสเตม” ฝ่าวิกฤติโตต่ำหนี้พุ่ง สังคมสูงวัยหากไม่ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เสี่ยงเสียโอกาสระยะยาวบนเวทีโลก “ซีอีโอบ้านปู – เดอะมอลล์” แนะรัฐวางนโยบายระยะยาว-ปลุกท่องเที่ยว วงการหุ้นการเงิน หวังรัฐบาลใหม่ ดึง “หุ้นไทย” ฟื้นตัว เร่งอัดฉีดเศรษฐกิจระยะสั้นปรับโครงสร้างระยะยาวกู้เชื่อมั่นนักลงทุน
- กรมศุลกากรเผยเก็บภาษีสินค้านำเข้า 1 บาทแรก 20 วัน 300 ล้าน คาดทั้งปีได้ 4,800 ล้าน เล็งปรับกฎเกณฑ์ฟรีโซนสกัดใช้สิทธิประโยชน์ภาษีไม่ถูกต้อง
- ‘ธอส.’ โชว์ฟอร์มปี 68 ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุเป้าแตะ 2.47 แสนล้านบาท โต 4.52% ฟุ้งปล่อยกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาทกระหึ่ม 1.28 แสนราย กางแผนปี 69 ปล่อยสินเชื่อใหม่โตเพิ่ม 0.5% ปักธงลุยปล่อยกู้อุ้มคนไทยมีบ้านฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ-หนี้ครัวเรือน
หุ้นเด่นวันนี้
- TRUE (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 15.56 บาท เรามองว่าการขายหุ้น 24.95% ของ Telenor ให้กับบริษัท Arise (ถือหุ้นโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์) ไม่ได้กระทบกับการดำเนินงานของ TRUE รวมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังสดใสจากภาพการแข่งขันที่ไม่รุนแรง ยังเอื้อต่อการเติบโตของกำไร โดย Consensus คาดกำไรปกติปี 2026 เติบโต +22% y-y เป็น 2.3 หมื่นลบ. ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงวานนี้มองว่าน่าสนใจในการเข้าลงทุน โดยปัจจุบันเทรดที่ 2026PER เพียง 16 เท่า ต่ำกว่า ADVANC ซึ่งอยู่ที่ราว 21 เท่า ขณะที่ Dividend Yield คาดว่า TRUE จะจ่ายราว 3% ต่อปี
- CPN (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท ช่วงไตรมาส 4/68 คาดรายได้เห็นการเติบโตได้ต่อหลังจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีโครงการเตรียมโอนกว่า 2,000 ล้านบาท และเป็นช่วงเทศกาลที่ล่าสุดจัดกิจกรรมยังคงมีอยู่ ทำให้ผลกระทบจากเหตุไว้อาลัยอาจจะไปม่มาก เหมือนที่เคยคาดก่อนหน้านี้ สำหรับปี 69 จะมีการเปิดศูนย์ใหม่อีก 2 แห่งและศูนย์ที่ปรับปรุงใหญ่ 1 แห่ง ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตยังเติบโตได้ต่อเนื่อง
- CENTEL (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อไตรมาส 4/68 จะยังแข็งแกร่ง RevPAR เดือน ต.ค.อยู่ที่ 3,815 บาท (+24%YoY) ด้วย ADR ที่ 5,339 บาท (+11% YoY) และ OCR ที่ 71% (+7 ppts YoY) หนุนการเติบโตของกำไรในไตรมาส 4/68 ทั้งนี้อิงจากการจองล่วงหน้าผู้บริหารคาดผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 1/69 จะยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตของ RevPar อยู่ที่ประมาณ 26% YoY ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)





