
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นยังไม่ได้รับการติดต่อจากสหรัฐฯ ให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หลังยุทธศาสตร์กลาโหมฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ระบุตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายสำหรับประเทศพันธมิตร
ทาคาอิจิกล่าวเมื่อวันเสาร์ (24 ม.ค.) ว่า ยังไม่เคยได้รับการแจ้งเกี่ยวกับตัวเลข 5% พร้อมระบุว่า ญี่ปุ่นจะประเมินความจำเป็นด้านงบประมาณจากสิ่งที่ต้องใช้ในการป้องกันประเทศของตนเอง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่เมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฉบับแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้ารับตำแหน่ง โดยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วนเพิ่มการใช้จ่ายด้านความมั่นคงของตนเอง
เอกสารระบุว่า สหรัฐฯ จะผลักดันให้ประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วนทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะยุโรป ปฏิบัติตามเป้าหมายการใช้จ่ายดังกล่าว ขณะที่ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ให้คำมั่นจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2578
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นอยู่ระหว่างดำเนินแผนระยะ 5 ปี เพื่อเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากจีนและเกาหลีเหนือ
ภายใต้การนำของทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถบรรลุเป้าหมายการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและที่เกี่ยวข้องเป็น 2% ของ GDP ได้เร็วกว่ากำหนด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเพิ่มแรงกดดันต่อญี่ปุ่นให้ทุ่มงบและรับภาระด้านการป้องกันประเทศมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นรายหนึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นจะไม่ดำเนินการเพียงเพราะฝ่ายสหรัฐฯ เรียกร้องให้เพิ่มงบเป็น 5% ของ GDP
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 69)





