
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรค ที่จ.หนองบัวลำภู ประกอบด้วย นายสุวัฒน์ มนตรี ผู้สมัคร สส.เขต 1 , นางชญาน์นันท์ พิมพ์กิรติ ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายอาณัติ ชินทะวัน ผู้สมัคร สส.เขต 3 โดยในการลงพื้นที่ บิดาของ ส.ท.ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ ทหารสังกัดกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 8 (ร.8 พัน.1) ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เดินทางมาพบ ซึ่งนายอนุทิน ได้พูดคุยให้กำลังใจ ก่อนที่บิดาของสิบโท ศราวุฒิ บอกกับนายอนุทินว่า “อย่าเพิ่งเปิดด่าน” นายอนุทิน จึงตอบกลับว่า “ไม่เปิดอยู่แล้ว ไม่มีอยู่แล้ว”
จากนั้น นายอนุทิน กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า การมาลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ครั้งนี้ เพื่อมาดูว่า ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยมีความขยันขันแข็ง และเข้าถึงประชาชนได้จริงหรือไม่ เพราะการจะมาเป็นผู้แทนของพี่น้องชาวหนองบัวลำภูนั้น ขอให้ดูที่ผลงาน พรรคภูมิใจไทยทำงานหนัก ใครที่คิดว่าเป็นเพียงสมาชิกพรรคแล้วไม่ทำงาน ไม่ใกล้ชิดกับประชาชน ก็ไม่ต้องเลือก ขอให้เลือกคนที่ทำงานหนักให้กับพี่น้องประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเดินทางมาหนองบัวลำภูหลายครั้ง ในเหตุการณ์กราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในปี 2565 ขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข จึงมีความใกล้ชิดกับพื้นที่หนองบัวลำภู จังหวัดนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นจังหวัดที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเป็นที่โยกย้ายข้าราชการที่มีปัญหา ถ้าหากเลือกหมู่เฮาก็ไปเฮ็ดงาน จะไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก และอีกหน่อยข้าราชการจะต้องแย่งกันมาอยู่ จ.หนองบัวลำภู พวกท่านรู้จัก จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ หรือไม่ เมื่อก่อนมีคำพูดว่า บุรีรัมย์ตำน้ำกิน สุรินทร์กินน้ำตำ แต่วันนี้ไม่มีแล้วเปลี่ยนรูปแบบไปหมดแล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ มีวัฒนธรรม งานฝีมือ แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตนเดินทางมาหลายครั้ง แต่เพิ่งมีโอกาสไปสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นครั้งแรกในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการท่องเที่ยว หากมีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น เชื่อว่าหนองบัวลำภูจะคึกคักกว่านี้อย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เห็นชัดคือวันนี้หนองบัวลำภูเปลี่ยนไป ถนนหนทางดีขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า ภาคอีสานต้องเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การผลิตทางการเกษตร เรามีสะพานหลายแห่งที่สามารถใช้ค้าขายกับประเทศลาว และส่งสินค้าไปถึงประเทศจีนได้ ตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดและของเถื่อนอย่างจริงจัง ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคอีสาน ทำให้การลำเลียงยาเสพติดเป็นไปได้ยากขึ้น ถือเป็นภารกิจจำเป็น เพื่อให้พื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ค้าขาย ไม่ใช่เส้นทางลำเลียงของผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาหนองบัวลำภูมากขึ้น รวมถึง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียง ถือเป็นหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยในการขับเคลื่อนพื้นที่ทั้งภูมิภาค
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวล สามารถใช้ชีวิต และทำงานได้ตามปกติ ความมั่นคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้ทหารไทยได้มีการควบคุมพื้นที่ที่มีการรุกราน ของประเทศกัมพูชาเรียบร้อยหมด
นายอนุทิน ยืนยันว่า จะยังไม่เปิดด่านในขณะนี้ เนื่องจากหากเปิดอาจทำให้ของเถื่อนทะลักเข้ามา และส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยมากกว่า จะเห็นว่า การปิดด่านทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่หนองบัวลำภูมีทั้งข้าว อ้อย และพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกร โดยเฉพาะอ้อยที่เชื่อว่าราคาจะไม่ต่ำกว่า 1,400 บาท ต่อตันอย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสามารถควบคุมชายแดนได้ ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งหรือสงคราม เพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดสงคราม แต่หากมีการรบก็เชื่อว่าจะชนะ ขอให้พ่อแม่พี่น้องใช้ชีวิตปกติไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาเรื่องสงครามหรือไม่ ไม่ต้องคิดเรื่องนี้ให้เสียสมอง ทำงานตามปกติที่ไปได้เลย เรื่องของความมั่นคงของชาติเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารบ้านเมือง พวกเราจะดูแลความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องเอง
นายอนุทิน กล่าวว่า ใครที่มารุกรานอธิปไตยของเรา เราไม่มีทางยอม และจะไม่ยอมให้ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ เป็นทหารเกณฑ์ที่ได้มาจากการจับใบแดง เราจะปรับแก้ระบบใหม่ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่รักชาติมากขึ้น โดยจะเปิดรับทหารอาสา จำนวน 100,000 อัตรา ระยะเวลาปฏิบัติงาน 4 ปี ไม่ได้เป็นเพียงการฝึกทางทหารหรือการใช้อาวุธเท่านั้น แต่จะมีการฝึกอาชีพ ฝึกภาษา สำหรับผู้ที่ตั้งใจเข้ามาเป็นทหาร
ขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์สมัครเข้าร่วมเป็นทหาร เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และตรงกับความต้องการของกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้น ระบบการเกณฑ์ทหารจะไม่เกิดขึ้นอีก ผู้ที่ไม่ต้องการเป็นทหารก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการเกณฑ์ สามารถไปประกอบอาชีพ ไปศึกษา หรือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้
ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจ หากพี่น้องประชาชนให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปทำงาน นโยบายสำคัญต่างๆ ที่เคยดำเนินการไว้ จะถูกนำกลับมาสานต่อทันที เช่น คนละครึ่งพลัสเฟสสอง หากประสบความสำเร็จ ก็จะมีอีกหลายเฟส ดังนั้น ขอให้โอกาสให้พรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะทำงาน เราไม่ต้องการมินิฮาร์ท แต่ต้องการบิ๊กฮาร์ท ต้องการหัวใจดวงใหญ่ เพราะพวกเรามีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ และความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้ลองเลือกเราหากทำไม่ดีที่น้องไม่ต้องไล่ผมไล่เอง ผมมีการประเมินตลอดเวลา การจะได้ลง สส. ต่อหรือไม่
นายอนุทิน ย้ำว่า ตนเป็นนายกฯที่ไม่มีรูปแบบ ขอให้เลือกอนุทิน ติดดิน กินง่าย ขอให้ลองของใหม่เพราะที่ผ่านมาพี่น้องชาวหนองบัวลำภูยังไม่เคยมีผู้แทนจากพรรคภูมิใจไทย อีก 2 อาทิตย์ ขอให้พี่น้องช่วยพิจารณา เพราะช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาตนเองเข้ามาเพื่อตั้งใจที่จะทำงานพูดแล้วทำ สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็พร้อมที่จะทำ
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาที่ตลาดห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย หาเสียงโดย ประกอบด้วย นายสุวัฒน์ มนตรี ผู้สมัคร สส.เขต 1 , นางชญาน์นันท์ พิมพ์กิรติ ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายอาณัติ ชินทะวัน ผู้สมัคร สส.เขต 3 ซึ่งชาวบ้านให้การต้อนรับมาขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเด็กๆซึ่งมีช่วงหนึ่งนายอนุทินได้อุ้มเด็ก 2 คนขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เพื่อถ่ายรูป
ขณะเดียวกันมี ครอบครัวซึ่งเป็นชาวมหาสารคามเดินทางมาเที่ยว และมาพบกับนายอนุทินโดยบังเอิญจึงได้นำเหรียญทูลเกล้า หลวงปู่ขำ เกสาโร วัดบ้านหนองแดง วัดบ้านหนองแดงจังหวัดมหาสารคามมามอบให้กับนายอนุทิน
นายอนุทินได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ชิมมะขามหวาน ข้าวจี่ ลูกกระบกและอุดหนุนซื้อ เดินถือถุงรับประทานไปตลอดทาง บอกว่าอร่อยมากเพิ่งเคยรับประทานครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าขอให้นายอนุทินชิมสินค้าที่ปลูกเองเช่นมะขาม มะละกอ และน้ำผึ้ง ซึ่งนายอนุทินก็ได้จ่ายเงินอุดหนุนหลายร้าน ขณะเดียวกันยังมีแม่ค้าร้านหนึ่ง มอบลูกท้อให้นายอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ขอไม่รับ โดยระบุว่า “ลูกท้อไม่เอาสิ ยังไม่ท้อ “
นายอนุทินยังได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้าว่าจำได้หรือไม่เบอร์ 37 หลายคนบอกว่าจำได้ และบอกติดตลกว่าจะเอาไปซื้อหวยระหว่างเดินตลาดช่วงหนึ่ง มีแม่ค้าสอบถามและอนุทินว่าจะได้เงินหมื่นหรือไม่ นายอนุทินตอบกลับว่าได้คนละครึ่ง
นายอนุทินยังได้แวะรับประทานกลางวันที่ตลาดห้วยเดื่อ เมนูผัดเผ็ดหมูป่าและข้าวขาหมู ก่อนที่ช่วงบ่าย จะเดินทางต่อไปหาเสียงต่อที่จังหวัดหนองคาย
นายอนุทินให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการลงพื้นที่ 2 จังหวัดว่า วันนี้ถึงคิวของหนองบัวลำภูและหนองคาย ซึ่งที่หนองบัวลำภู ภูมิใจไทยส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขต ซึ่งก็เป็นความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน โดยวันนี้ตนก็ได้ย่อยและเดินตลาด รู้สึกว่ามีความคึกคัก และหนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่มีโอกาสขยายตัว ดังนั้นต้องทำให้พ้นจากสภาพเมืองรองมาเป็นเมืองที่น่าเที่ยว เป็นเมืองที่ถ้าทุกคนมาอุดรธานีขอนแก่นแล้วต้องมาหนองบัวลำภู เพราะมีแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมมากมายมีสิ่งสวยงาม ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวหนองบัวลำภู
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 69)






