
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้กลับมาอีกครั้งอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย และยังมีเรื่องที่เรายังค้างคาอยู่ ยังทำไม่จบ วันนี้ก็ได้มาร่วมทีมด้วยกัน และหวังว่าจะเชิญชวนทุกคนไปร่วมเลือกเบอร์ 46 ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนเข้าทำเนียบรัฐบาล ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ตนคิดถึง ตั้งแต่ถูกตัดสิทธิ์ก็แต่ก็ตัดสิทธิ์ความคิดถึงประชาชนไม่ได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่าเป็นเรื่องยากหรือไม่ พรรคประชาชนอาจจะไม่ได้เป็นที่ 1 นายพิธา กล่าวว่า การเลือกตั้งยากทุกครั้ง คนก็เปลี่ยนไปตลอด แต่สิ่งสำคัญและเป็นจุดเด่นของพวกเราต้องแต่สมัยอนาคตใหม่ จนถึงปัจจุบัน ก็คือการทำงานทำงานเป็นทีม ก็จะได้เห็นธร ทิม เท้ง ต๋อม หรือ 4 T ที่จะร่วมกันทำให้นายณัฐพงษ์เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลให้ได้แน่ๆ ส่วนการดึงคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายณัฐพงษ์ ตนเพียงมาเป็นผู้ช่วย ส่วนเจอศึกหนักทั้งจากเพื่อไทยและภูมิใจไทย ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีครั้งไหนที่ไม่หนัก เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง เราควรเอาบรรยากาศที่คุ้นเคยกลับมาการเมืองเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องความเป็นไปได้ เป็นเรื่องการมีส่วนร่วม
“เวทีนี้ถ้าจะให้เฉลยกับผู้สื่อข่าว ตั้งใจสื่อสารกับคน 25 เปอร์เซ็น หรือ 10 ล้านคน ที่ปกติแล้วไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งเราก็เข้าใจ เพราะการเดินทางออกมาใช้สิทธิ์อะไรต่างๆ ก็มีต้นทุน ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ หรือประมาณ 7 ล้านคน รวมกับคนรุ่นใหม่ 3 ปีที่ผ่านมา เกิดประมาณปีละ 8 แสน รวมแล้วก็ประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งคนที่สนับสนุนคุณเท้งอยู่แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคุณเท้ง แต่คนที่มักจะไม่มาใช้สิทธิ์กับคนที่ยังติดสินใจไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องปลุกพวกเขา 25 ล้านคนออกมาให้ได้ เพราะคุณไอซ์ (น.ส.รักชนก ศรีนอก) ก็ได้ล่อไปแล้ว 24 ล้านคนจากประกันสังคม ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าการออกมาเลือกตั้งมีประโยชน์ แน่นอนว่ามีต้นทุนในการออกมาเลือกตั้ง ก็อาจจะต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยว บางคนลางานไม่ได้” นายพิธากล่าว
เมื่อถามต่อถึงกระแสชาตินิยมกับวาทกรรมทหารมีไว้ทำไม จะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิธา กล่าว เรื่องนี้ก็ได้มีการอธิบายไปหลายครั้งมากแล้ว ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ได้ขอโทษที่ทำให้ทหารมืออาชีพไม่สบาย เพื่อปรับความเข้าใจกัน และหลังจากปรับความเข้าใจ ก็ได้เห็นทหารมืออาชีพชั้นผู้น้อย ได้ออกมาระบายความอัดอั้นตันใจ ดังนั้นจุดยืนของเราในการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยและมีสิทธิมนุษยชน ไม่มีคอร์รัปชั่นในกองทัพ เป็นสิ่งที่ทหารมืออาชีพจำนวนมากเข้าใจ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ม.ค. 69)




