
นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวลง ตามตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ หลังตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ประกอบกับแรงขายหุ้นเทคฯต่อเนื่อง อาจส่งผลกดดันหุ้นที่เกี่ยวข้องในตลาดหุ้นไทย พร้อมให้แนวต้าน 1,350 จุด แนวรับ 1,320 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งตัวลง ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังจากเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรง และตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ก็เปิดมาปรับตัวลงตามกัน หลังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐมากขึ้น จากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายลัปดาห์ และตัวเลขการเปิดรับสมัครงานของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้เป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้น
ขณะเดียวกันยังคงมีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อ Sentiment หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในตลาดหุ้นไทยกดดันต่อดัชนี และยังอยู่ในช่วงรอติดตามผลการเลือกตั้ง
โดยให้แนวต้าน 1,350 จุด แนวรับ 1,320 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (5 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,908.72 จุด ลดลง 592.58 จุด หรือ -1.20%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,798.40 จุด ลดลง 84.32 จุด หรือ -1.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,540.59 จุด ลดลง 363.99 จุด หรือ -1.59%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,435.37 จุด ลดลง 382.67 จุด หรือ -0.71%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,354.34 จุด ลดลง 530.90 จุด หรือ -1.97% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,040.30 จุด ลดลง 35.62 จุด หรือ -0.87%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (5 ก.พ.) 1,346.23 จุด ลดลง 0.31 จุด (-0.02%) มูลค่าซื้อขาย 57,388.58 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (5 ก.พ.) 4,155.74 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (5 ก.พ.) ลดลง 1.85 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 63.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ก.พ.) อยู่ที่ 7.02 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 31.86 อ่อนค่าต่อเนื่องตามทิศทางภูมิภาค รับราคาทองย่อ ลุ้นแตะ 32.00
– “สองแบงก์ใหญ่” รับปี 69 เศรษฐกิจเปราะบาง ต่ำสุดรอบ 30 ปี “กรุงศรี” เข้าสู่โหมดระมัดระวังปล่อยกู้ เดินกลยุทธ์ ปล่อยสินเชื่อ-เลือกโตเฉพาะจุด เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ “ทีทีบี” ปีนี้ยังระวังไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตหวือหวา ห่วงพอร์ตเอสเอ็มอี-อสังหาฯยังเปราะบางสูง
– “ศุภชัย” ฉายภาพปัจจัยเปลี่ยนโลกภายใต้ระเบียบโลกใหม่ โลกหลายขั้ว ที่ขาดระเบียบพหุภาคี อันตรายต่อประเทศ ขนาดกลางและขนาดเล็ก “สหรัฐ” บีบพันธมิตรหันพึ่งจีน มีการนำเครื่องมือเศรษฐกิจมาเป็นอาวุธการเมือง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หนุนเอเชียสร้างความร่วมมือใหม่ ประคองระบบการค้าโลก ย้ำ AI ความจำเป็นในการปฏิรูปกฎระเบียบโลกและการสร้างความยืดหยุ่นเพื่ออยู่รอด
– ก.ล.ต. เตรียมเปิดทางกองทุนรวมลงทุน “คริปโทอีทีเอฟ” หนุน “รายย่อย” ซื้อขายผ่าน “พอร์ตหุ้น” ได้โดยตรง หวังลดขั้นตอน และความเสี่ยงจากการถือวอลเล็ต พร้อมผลักดัน “บอนด์โทเคน” เข้าสู่แซนด์บอกซ์ พร้อมปั้น ตลาดคาร์บอน ตอกย้ำบทบาทผู้นำในการสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยง “ตลาดทุนไทย” สู่อนาคต
– ผู้ว่าฯ ททท. แถลงตรุษจีนปีม้าทอง จัดใหญ่ 2 พื้นที่กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ดันนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคน เงินสะพัด 4.2
– “เอกนิติ” เผย TikTok ยืนยันลงทุนไทย 270,000 ล้านบาท พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล-เอไอ ใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย
– กองทัพภาคที่ 2 เผยประสานฝ่าย กัมพูชาแล้ว หลังเหตุยิงลูกระเบิด 40 มม.ตกใกล้พลาญหินแปดก้อน อ้างเป็นเพราะกำลังพลชุดใหม่ เพิ่งเข้ามาประจำการเสียวินัย ตักเตือนและกำชับแล้ว “ไตรศุลี” ชี้แจง เหตุไฟไหม้คนละจุดกับ “กองทัพ” รายงานลูกระเบิดตกใกล้ฐานทหารไทย “อนุทิน” บอกไม่ต้องห่วง เหตุปมชายแดนเขมร สกัดเลือกตั้ง ยันได้เข้าคูหาแน่นอน ปล่อยคนหวั่นไหว ได้ระบายบ้าง หลังการเมืองฝ่ายตรงข้ามโจมตี ภท. โหนกระแสรักชาติ
– MTC (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.74 ลบ. +1% q-q, +13% y-y หนุนจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและน่าจะชดเชยแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้ ด้านสินเชื่อยังโตแข็งแกร่ง Double Digit y-y ส่วนคุณภาพสินทรัพย์มีพัฒนาการเชิงบวก NPL Ratio ลดลงต่อเนื่อง จบปี 68 คาดกำไรสุทธิ 6.7 พันลบ. +14% y-y ขณะที่ปี 2569 คาดโตต่อเนื่องอีก +15% y-y เป็น 7.7 พันลบ. ด้าน Valuation ยังน่าสนใจเทรด PER ต่ำเพียง 9 เท่า
– BDMS (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท EBITDA Margin คาดยังทรงตัวสูง 24-25% ส่วนผลกระทบจากการเลิกขายประกันเหมาจ่ายคาดอยู่ในวงจำกัด จากช่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจำหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.69 เป็นต้นไป คาดผลหระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัด โดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำเป็นเช่นในฉบับหลัง 31 มี.ค.68
– MC (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 14.20 บาท แนวโน้มการดำเนินงานปกติงวด Q2/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) ของ MC มีโอกาสจะได้แรงหนุนทั้งตามฤดูกาลการใช้จ่าย และประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ ขณะที่ช่วงไตรมาส 3/69 (ม.ค.-มี.ค.69) คาดว่าจะมีปัจจัยบวกจากเงินสะพัดช่วงเลือกตั้ง โดยทาง MC เอง ตั้งเป้ารายได้ปี 69 +6%YoY และ ขยับสัดส่วนยอดขายออนไลน์มาที่ 25% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี 69 และ70 กำไรของ MC จะอยู่ที่ 806 ลบ.(+6%YoY) และ 849 ลบ.(+5%YoY) PE69F ที่ 11x และ Dividend Yield ที่ 9%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





