หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์อัพรับ Fund Flow ยังไหลเข้า แบงก์ซื้อหุ้นคืน-GULF ปันผลพิเศษ

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์อัพต่อ จาก Fund Flow ที่ไหลเข้าต่อเนื่องหนุน และการที่นักลงทุนสลับจากหุ้น Growth มาสู่หุ้น Defensive และ Value ทำให้เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย ประกอบกับปัจจัยบวกจากหุ้นเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์ ที่มีการประกาศซื้อหุ้นคืนและเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผล และ GULF ที่มีการประกาศจ่ายปันผลพิเศษ พร้อมให้แนวต้าน 1,470 จุด หากผ่านแนวต้านต่อไปที่ 1,480 จุด แนวรับ 1,445-1,450 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวไซด์เวย์อัพได้ต่อ จากปัจจัยหนุนของกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลเข้า ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีเงินไหลเข้ามาแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทย ประกอบกับการที่นักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มการลงทุนจากหุ้น Growth มาเป็นหุ้นในกลุ่ม Defensive และหุ้น Value ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทย

ขณะที่ยังมีปัจจัยหนุนจากหุ้นเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มแบงก์ที่ยังมีการประกาศซื้อหุ้นคืน และการเตรียมทยอยประกาศจ่ายเงินปันผล รวมถึงในส่วนของ GULF ที่เมื่อวานนี้รายงานผลการดำเนินงานออกมาและการประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ จะเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้

โดยให้แนวต้าน 1,470 จุด หากผ่านแนวต้านต่อไปที่ 1,480 จุด แนวรับ 1,445-1,450 จุด

 

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (17 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,533.19 จุด เพิ่มขึ้น 32.26 จุด หรือ +0.07%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,843.22 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด หรือ +0.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,578.38 จุด เพิ่มขึ้น 31.71 จุด หรือ +0.14%

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,734.27 จุด เพิ่มขึ้น 167.78 จุด หรือ +0.30%

ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง และตลาดหุ้นจีน ปิดทำการวันนี้ (18 ก.พ.) เนื่องในเทศกาลตรุษจีน

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (17 ก.พ.) 1,459.68 จุด เพิ่มขึ้น 21.59 จุด (+1.50%) มูลค่าซื้อขาย 65,248.95 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (17 ก.พ.) 3,297.06 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (17 ก.พ.)ลดลง 56 เซนต์ หรือ 0.89% ปิดที่ 62.33 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (17 ก.พ.) อยู่ที่ 5.05 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.30 ลุ้นข้อมูลศก.สหรัฐ-ถ้อยแถลงจนท.เฟด คาดกรอบวันนี้ 31.15-31.40

– ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขีดเส้นกกต.7 วัน ให้ชี้แจงข้อร้องเรียนเลือกตั้ง หากยื้อพร้อมชงศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ กกต.ถกเข้มข้อกฎหมายปมเสี่ยง “คิวอาร์โค้ด” เตรียมเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย ส่วนอีก 20 แห่ง “บัตรเขย่ง” สั่งนับคะแนนใหม่ ด้านอดีต กกต.”สมชัย” แฉทีโออาร์ไม่ระบุ ต้องมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ขณะที่สว.- ภาคประชาชนล่าชื่อ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความปมเลือกตั้งโมฆะ

– ภาคเอกชน “ไม่ทน” แฉปัญหาคอร์รัปชั่นมาทุกรูปแบบ กลายเป็น “ต้นทุนใหญ่” ธุรกิจ เผยตัวการใหญ่ฉุดเศรษฐกิจไทยโตรั้งท้าย สินบนใต้โต๊ะทำลายความเชื่อมั่น-อุปสรรคดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุน กระทุ้งภาครัฐ “เปิดเผยข้อมูล” สกัดทุจริต จี้รัฐบาลใหม่ต้องชูธงแก้ปัญหา กกร.เตรียมเปิดข้อมูลสำรวจ “10 สินบนที่ภาคเอกชนต้องจ่าย”

– “อนุทิน ชาญวีรกูล” นำพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมกลับเข้ามานั่งคุมกระทรวงเกรด A โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เพื่อ “สานต่อ-ปิดจ๊อบ” ภารกิจโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับล้านล้านบาทที่ค้างท่อมานาน ปักธง “แลนด์บริดจ์” เป็นหัวเจาะทางเศรษฐกิจควบคู่การปฏิรูประบบรางทั่วประเทศ

– ตลท.-สมาคมบลจ.-กบข.ประสานเสียง “ฟันด์โฟลว์” ไหลกลับ พร้อมยัน เป็น “เงินเย็น” หนุนตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง ลุ้นดัชนีฯ แตะ 1,500 จุด เผยผนึกกำลัง นักลงทุนสถาบันไทย ดัน บจ.สู่เป้าหมาย “เน็ตซีโร” และ “อีเอสจี” ครอบคลุมทั้งตลาดหุ้น

– อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในปี 69 กรมได้มีการปรับอัตราภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้ยานยนต์มลพิษต่ำ โดยโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่เริ่มใช้ปี 69 ในส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หากเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี 3.5 ยังคงเสียภาษีในอัตรา 2% ต่อไปอีก 2 ปี แต่ถ้าเป็นรถยนต์อีวีทั่วไป หากไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนอีวี 3.5 ได้ปรับขึ้นจาก 8% เป็น 10% โดยการปรับขึ้นภาษีทุกๆ 2% หากรถราคา 1 ล้านบาท จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 บาท

– ครม.ไฟเขียวแก้สัญญา O&M มอเตอร์เวย์ M6 ช่วง “บางปะอิน-โคราช” จ่ายค่าระบบบางส่วนก่อนเปิดบริการ พยุงสภาพคล่องเอกชนเหตุส่งมอบพื้นที่ล่าช้า 25 เดือน วงเงินจ่ายแล้วเสร็จ 128.55 ล้าน ย้ำไม่เพิ่มภาระรัฐ

– เอกนิติลุยอัดมาตรการกระตุ้น ใช้ BOI Fast Pass ปลดล็อกลงทุน 4.8 แสนล้าน หนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ด้านนักวิชาการแนะเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่

– สินเชื่อเช่าซื้อปี’69 ส่อติดลบต่อเนื่องปีที่ 4 เศรษฐกิจอ่อนแอ-หนี้ครัวเรือนสูง-ผู้กู้เปราะบาง “วิจัยกสิกรไทย” ประเมินยอดสินเชื่อคงค้างติดลบลึก -8% คาดสิ้นปีหนี้เสีย 2-2.35% ขณะที่ “ทิสโก้” มอง พ.ร.ฎ.เช่าซื้อของแบงก์ชาติช่วยหนุนโอกาสขยายตลาด ฟาก “KKP” คาดตลาดเช่าซื้อทั้งระบบปีนี้ยังติดลบ ชี้ยังไม่รุกตลาดรถอีวี ขยาดดัมพ์ราคา

 

หุ้นเด่นวันนี้

– ICHI (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.10 บาท คาดว่ากำไรปกติจะฟื้นตัว 9% YoY ในปี 2569 ตามยอดขายชาเขียวที่ฟื้นตัวและยอดขายน้าด่าง PH+ ที่เติบโต แข็งแกร่ง, ICHI จะรายงานผลประกอบการประจาปีในวันที่ 19 ก.พ. 2569 เราคาดมีกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 283 ล้านบาท (+5%YoY, -21%QoQ)

– SPA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 6.47 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกจากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรปี 2569 คาดที่ 36% YoY ด้วยการฟื้นตัวของรายได้เติบโต 11% YoY หนุนโดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัวเป็น 14.7% จาก 12.1% ในปี 2568 จาก operating leverage และการประหยัดต่อขนาดปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพระยะสั้นมองว่ากำไรในไตรมาส 4/68 จะฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยตามฤดูกาลของการท่องเที่ยวและต่อเนื่องไปยังไตรมาส 1/69

– NSL (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 13-15% y-y ด้วยแผนออกสินค้าใหม่กว่า 180 SKUs และร่วมมือกับพันธมิตรรายเก่า-ใหม่ต่อไป ส่วนหนึ่งรับมือกับการแข่งขันสูงขึ้นด้วยจึงเน้นทำ R&D เป็นหลัก โรงงานใหม่อาจเสร็จช้ากว่าแผนเล็กน้อยไปกลางปี 2569 ระยะสั้นรายได้เดือน ม.ค.ยังดี ที่สินค้าใหม่ตอบรับดี อาทิ แฮมพันชีส,ทาร์ตไข่คาราเมล Yolk เป็นต้น ทำให้โมเมนตัมกำไรไตรมาส 1/69 กลับมาโตแกร่ง ยังคาดกำไรปี 69 +9% y-y ปัจจุบันเทรด PER 12 เท่าและให้ Dividend Yield เกือบ 5% ต่อปี

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)