หุ้นยุโรปทำนิวไฮ ขานรับศาลสหรัฐคว่ำภาษีทรัมป์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ (20 ก.พ.) หลังนักลงทุนขานรับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ยกเลิกมาตรการภาษีวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 630.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.23 จุด หรือ +0.84%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,515.49 จุด เพิ่มขึ้น 116.71 จุด หรือ +1.39%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,260.69 จุด เพิ่มขึ้น 217.12 จุด หรือ +0.87% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,686.89 จุด เพิ่มขึ้น 59.85 จุด หรือ +0.56%

ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ ซึ่งบังคับใช้ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางที่มีไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงแห่งชาติ

มาตรการภาษีที่ทรัมป์ประกาศใช้ในเดือนเม.ย. 2568 รวมถึงการเก็บภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดสู่สหรัฐ และการเก็บภาษีเพิ่มเติมเฉพาะสินค้าจากหลายประเทศ

นักวิเคราะห์คาดว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะพยายามใช้วิธีการอื่นในการจัดเก็บภาษี ซึ่งตลาดจะต้องนำมาประเมินในระยะต่อไป

ก่อนหน้านี้ในปีนี้ ทรัมป์เคยขู่จะเรียกเก็บภาษีกับประเทศในยุโรปเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในการยึดครองกรีนแลนด์ ก่อนจะยอมถอยจากคำขู่ดังกล่าวที่สร้างความสั่นคลอนต่อพันธมิตรนาโต (NATO)

ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน เพิ่มขึ้น 2.2% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหรา พุ่งขึ้น 2.9%

หุ้น Moncler พุ่งขึ้น 13.4% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 7% โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในเอเชียและทวีปอเมริกา

ดัชนี STOXX ทำสถิติพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. 2569 โดยนักลงทุนคลายกังวลจากแนวโน้มผลประกอบการบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นโดยรวม ขณะที่ความกังวลว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ ๆ จะเข้ามาสร้างความปั่นป่วนต่อธุรกิจแบบดั้งเดิมนั้นได้ถูกลดความสำคัญลงชั่วคราว

หุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งเคยเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงที่ตลาดกังวลผลกระทบจาก AI เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยปรับตัวขึ้นราว 5%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงสวนทางตลาดในวันศุกร์ โดยลดลง 0.6% หลังจากพุ่งขึ้น 0.8% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ข้อมูลบ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคธุรกิจของยูโรโซนขยายตัวเร็วเกินคาดในเดือนนี้ โดยภาคการผลิตกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.

ขณะเดียวกัน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) พยายามลดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการลาออกก่อนครบวาระ โดยให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่า เธอคาดว่าจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)