หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับฐานหลังขึ้นมาแรง กังวลผลกระทบ AI-จับตางบบจ.โค้งสุดท้าย-ประชุมกนง.

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการปรับฐานหลังจากปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 200 จุด โดยประเมินว่าระดับ 1,500 จุด เป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศได้รับผลกระทบเชิงลบจากหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์สหรัฐฯ หลังความกังวล AI เข้ามาDisrupt อุตสาหกรรม แต่เชื่อกระทบไทยจำกัด แนะติดตามการประกาศงบช่วงโค้งสุดท้าย และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันพรุ่งนี้ โดยให้กรอบแนวรับสำคัญที่ 1,444 จุด และแนวต้านที่ 1,505 จุด

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

เช้านี้คาดดัชนีเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังจากปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 200 จุด โดยประเมินว่าระดับ 1,500 จุด ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ย P/E ที่ 16 เท่า เป็นแนวต้านสำคัญ โดยคาดว่าดัชนีจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว Sideway Up เป็น Sideway
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ได้แก่ Sentiment จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ปรับตัวลดลง

หลังนักลงทุนกังวลว่าความก้าวหน้าของ AI หลัง Anthropic เปิดตัว Claude รุ่นใหม่ อาจเข้ามา Disrupt การทำงานของบริษัทซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะมีจำกัด เนื่องจากตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่ม Value-based และไม่มีหุ้นที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ตลาดให้ความสนใจกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจมีการส่งสัญญาณถึงโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป

นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ ต้องติดตามการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของปี 69 หากมีการดาวน์เกรดหรือปรับลดเป้าหมายลงมาจะยิ่งทำให้ระดับ 1,500 จุด กลายเป็นแนวต้านที่ผ่านได้ยากยิ่งขึ้น

โดยให้กรอบแนวรับ 1,444 จุด และแนวต้าน 1,505 จุด


ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (23 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,804.06 จุด ลดลง 821.91 จุด หรือ -1.66%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,837.75 จุด ลดลง 71.76 จุด หรือ -1.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,627.27 จุด ลดลง 258.80 จุด หรือ -1.13%

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,764.14 จุด ลดลง 61.56 จุด หรือ -0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,913.68 จุด ลดลง 168.23 จุด หรือ -0.62% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,129.13 จุด เพิ่มขึ้น 47.06 จุด หรือ +1.15%

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (23 ก.พ.)1,480.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.53 จุด (+0.04%) มูลค่าซื้อขาย 85,887.26 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (23 ก.พ.) 702.02 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (23 ก.พ.) ลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 66.31 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (203ก.พ.) อยู่ที่ 4.46 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.00 แข็งค่าเล็กน้อยรับดอลลาร์อ่อนค่าท่ามกลางความกังวลภาษีทรัมป์ จับตาราคาทอง

– รัฐบาลเกาะติดภาษีทรัมป์ “เอกนิติ” ชี้ระยะสั้นได้ประโยชน์ เร่งทีมไทยแลนด์ถก USTR วางกลยุทธ์ระยะยาวปิดดีล FTA เพิ่ม ปลดล็อกกฎหมายดึง FDI มั่นใจจีดีพีโตเกิน 2% “ศุภจี” มั่นใจปีนี้จบดีล FTA เกาหลีใต้-EU “คลัง” มั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ โต 3% “เศรษฐา” เตือนรัฐบาล “เงื่อนไขภาษีใหม่” เอกชนแนะทีมเจรจาไทยรู้ทันคู่แข่ง

– 5 ยักษ์ใหญ่จีนผนึกกำลังปักหมุดไทย ทุ่มงบหมื่นล้านสร้างฐานผลิต Humanoid Robot นอกประเทศครั้งแรก ประกาศศักดา New Growth Engine ยึดหัวหาดชิ้นส่วนความแม่นยำสูงป้อน Tesla Bot และบิ๊กเทคโลก Apple-Samsung-Huawei

– “เงินบาท” กลับมา “แข็งค่า” หลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดรอบสัปดาห์ หลัง “ทรัมป์” ทำพิษขึ้นภาษีทั่วโลก 15% ฉุดดอลลาร์อ่อนค่า “กสิกรไทย-กรุงไทย” ชี้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่อง จากกระแสเงินไหลเข้า ภาพส่งออก เงินลงทุน ไหลทะลักเข้าไทย

– ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือน ม.ค.69 การส่งออกมีมูลค่า 31,573.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 980,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% เทียบเดือน ม.ค.68 ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 19 และมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง นับจากเดือน พ.ค.68 ที่ทำสถิติสูงสุดที่ 31,044.9 ล้านเหรียญฯ การนำเข้า 34,876.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 1.097 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน และขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านเหรียญฯ หรือ 116,700 ล้านบาท

– “ภูมิใจไทย” ยังนิ่ง ย้ำคุยเก้าอี้ ครม.หลังโหวตนายกฯ ขอดูโหวตตามดีลมาทั้งพรรคหรือไม่ ใช้ความสงบดูท่าทีแต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจ ขณะที่วงนอกปล่อยสารพัดข่าว หวังรีบคุยโควตาพร้อมเขี่ยบางพรรคตกขบวน ขณะที่อีกพรรคขู่พลิกขั้วสูตร “สัญญาณไฟจราจร” หวังกดดันไม่อยากตกขบวนเพราะลงทุนไปมาก “จุลพันธ์” ปัดข่าว ภท.นัดคุยแบ่งโควตา รมต. 24 ก.พ. ยันไม่มีดีล “กล้าธรรม-ประชาชน” ตั้งรัฐบาลแข่ง ย้ำ พท.ยึดหลักการให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำรวมเสียง


หุ้นเด่นวันนี้

– BTG (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 21 บาท ระยะสั้นมี Catalyst หนุนจากราคาเนื้อหมูในไทยที่ขึ้น 4 บาท/กก.เป็น 58 บาท/กก.จากปริมาณชิ้นส่วนที่ไม่เพียงพอ ขณะที่อากาศร้อนขึ้นมีโอกาสเป็นอีกปัจจัยหนุนราคาเนื้อสัตว์ในระยะถัดไปจาก Supply จะตึงตัว คาด BTG ปันผลปี 68 ที่ 1.2 บ่าท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 6.5% ขณะที่ยังมีวงเงินซื้อหุ้นคืนเหลืออีกกว่า 57 ล้านหุ้นถึงวันที่ 27 มี.ค.ช่วยจำกัด Downside

– CPN (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 72.50 บาท มุมมองบวกจากปี 69 เป็นจุดเริ่มต้นรอบขยายตัวครั้งใหม่ หลังจากชะลอตัวปี 65-67 รายได้มีแนวโน้มกลับมาโตสองหลักจากศูนย์ใหม่หลายแห่ง Central Park (ก.ย.68) Central Krabi (ต.ค.68) The Central และ NorthVille (ปี 69) นอกจากนี้จะมาจากทั้งการเพิ่มพื้นที่เช่าและค่าเช่า คาดด้วยความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดมี CFO Margin ที่ 45% สะท้อนความมั่นคง Balance sheet ด้วย ขณะเดียวกันได้ต่อสัญญาเช่าพื้นที่สามเหลี่ยมพหลโยธิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว 47.22 ไร่ 30 ปีคาดลงนามสัญญาใน มี.ค.69 ช่วยลด overhang

– BCH (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท มองว่ากำไรสุทธิปี 68 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9%YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการ ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ในไตรมาส 4/68 เติบโต YoY จากฐานต่ำ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)