
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ออกมาเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงยกระดับท่าทีทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องด้วยการส่งเครื่องบินรบไปประจำการ
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในวันอังคาร (24 ก.พ.) ว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกับสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อารักชีโพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ (X) ว่า ทั้งสองฝ่ายมี “โอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจะช่วยคลายข้อกังวลและนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมเสริมว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ผ่านการดำเนินการทางการทูต
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้าการเจรจานิวเคลียร์ผ่านคนกลางรอบที่ 3 ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะเปิดฉากขึ้นตามกำหนดการในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ณ นครเจนีวา หลังจากที่มีการเจรจาไปแล้ว 2 รอบเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และความเป็นไปได้ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ มาจิด ทักต์ ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศฝ่ายการเมืองของอิหร่าน กล่าวในวันเดียวกันว่า อิหร่านพร้อมที่จะดำเนินการ “ทุกอย่างที่จำเป็น” เพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ
ราวันชีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ NPR ว่า “เราต้องการทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้ (ข้อตกลง) เกิดขึ้น เราจะเข้าสู่ห้องเจรจาที่เจนีวาด้วยความจริงใจและเจตนาที่ดีอย่างเต็มเปี่ยม”
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) กึ่งทางการของอิหร่าน รายงานเมื่อวันอังคารว่า คำกล่าวของเจ้าหน้าที่อาวุโสของเตหะรานมีขึ้นภายหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เสร็จสิ้นการซ้อมรบตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ
ด้านสื่ออิสราเอลรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-22 ของสหรัฐฯ จำนวน 11 ลำ ได้ลงจอด ณ ฐานทัพอากาศทางตอนใต้ของอิสราเอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคเพื่อรับมือกับอิหร่าน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





