
ราคาผู้บริโภคของออสเตรเลียในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ธนาคารจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนประเมินโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. ไว้ที่ 80% เพิ่มจาก 76% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล
สำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลียรายงานในวันนี้ (25 ก.พ.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายเดือนในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนธ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยที่ 0.3% โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพ และเสื้อผ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายปีทรงตัวในระดับสูงที่ 3.8%
ด้านมาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานที่คำนวณค่าเฉลี่ยแบบตัดทอน (trimmed mean) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. ส่งผลให้อัตรารายปีขยับขึ้นสู่ 3.4% จาก 3.3% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน และยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2%-3% ของ RBA เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน
ก่อนหน้านี้ RBA คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นแตะ 4.2% ภายในเดือนมิ.ย.ปีนี้ และคาดว่ามาตรวัดแบบ trimmed mean จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7%
เมื่อต้นเดือนนี้ RBA ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.85% หลังเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ภายหลังจากมีการปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2568 ขณะที่เศรษฐกิจยังเผชิญข้อจำกัดด้านศักยภาพการเติบโตจากภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว
ความเคลื่อนไหวของตลาดสะท้อนมุมมองดังกล่าว โดยดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.2% แตะ 0.7073 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี ลดลง 4 จุด มาอยู่ที่ 95.71 ขณะที่ตลาดสวอปบ่งชี้ว่า การคุมเข้มนโยบายการเงินตลอดปีนี้อาจรวมราว 0.40% ซึ่งเทียบเท่ากับการปรับขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 1 ครั้งครึ่ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





