
นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ [THRE] เปิดแผนธุรกิจปี 69 เตรียมรุกธุรกิจประกันภัยส่วนบุคคล (Personal Line) อาทิ ประกันภัยรถยนต์, ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น พร้อมเจรจาพันธมิตรขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อาทิ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเฉลี่ยอัตราการเติบโตย้อนหลัง 5 ปี สูงถึง 10.9% และ 9.2% ตามลำดับ ส่วนการขยายตัวในประเทศได้รับอานิสงค์จากเบี้ยประกันภัยส่วนที่มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตั้งเป้าผลักดันเบี้ยประกันภัยต่อรับทั้งปีเติบโตต่อเนื่อง 8% เทียบจากปีก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 แม้บริษัทต้องเผชิญกับมหันตภัย 2 เหตุการณ์ใหญ่ ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงไตรมาส 1/68 และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงไตรมาส 4/68 ซึ่งต้องตั้งสำรองเต็มจำนวน แต่บริษัทยังคงรักษากำไรไว้ได้ โดยภาพรวมทั้งปีมีกำไรสุทธิจำนวน 19 ล้านบาท ลดลงจากปี 67 ที่ 294 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 94%
ภายใต้การรักษาระดับอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) ที่ระดับ 98.3% โดยการรับประกันภัยต่อมีกำไรจำนวน 53 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตใกล้เคียงช่วงเดียวกับปีก่อนอยู่ที่ 5,280 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงจากปีก่อนราว 3% เหลือ 167 ล้านบาท
ทั้งนี้ ล่าสุดฟิทช์เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือ ด้านฐานะการเงินของ THRE ไว้ที่ระดับ A- หรือระดับ “แข็งแกร่ง” โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ Stable ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่มีเสถียรภาพได้เป็นอย่างดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





