
นักวิเคราะห์ของยูบีเอส (UBS) เปิดเผยว่า ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีน หลังราคาปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา โดยประเมินว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่ง มูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับที่น่าสนใจ และพัฒนาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ในปีนี้
UBS มองว่า ภาคเทคโนโลยีจีนมีแนวโน้มได้แรงหนุนจากการเพิ่มรายจ่ายลงทุน (capex) และความก้าวหน้าด้าน AI ในปี 2569 พร้อมระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนยังใช้จ่ายลงทุนต่ำกว่าคู่แข่งในสหรัฐฯ มาก และคาดว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของจีนจะประกาศแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง
แม้ช่วงหลังนักลงทุนในสหรัฐฯ กังวลต่อบริษัทที่เร่งเพิ่มการลงทุน แต่ UBS มองว่า จีนยังอยู่ในวัฏจักรที่ตลาดมีมุมมองเชิงบวกกับบริษัทที่มุ่งขยายรายจ่ายลงทุน
ก่อนหน้านี้ หุ้นเทคโนโลยีจีน โดยเฉพาะหุ้นที่จดทะเบียนในฮ่องกง ปรับตัวลงราว 20% จากระดับสูงสุดในเดือนต.ค. 2568 ท่ามกลางความกังวลว่าการใช้จ่ายด้าน AI ในสหรัฐอาจสูงเกินไป และความวิตกว่าการพัฒนา AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะหลังสตาร์ตอัปอย่างแอนโทรปิก (Anthropic) เปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม สตาร์ตอัป AI ของจีนหลายแห่ง เช่น Zhipu, MiniMax และ Deepseek ได้ทยอยเปิดตัวโมเดล AI ขั้นสูงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มระยะยาวของจีนในด้าน AI โดย UBS คาดว่าจะเห็นความก้าวหน้าที่คึกคักมากขึ้นในปีนี้ ทั้งในด้านโมเดลพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ
สำหรับการปรับพอร์ตลงทุนนั้น UBS เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้น Tencent Holdings อีก 3 จุดเปอร์เซ็นต์ และเพิ่มอีก 1 จุดเปอร์เซ็นต์ในหุ้น Bilibili, Kanzhun, Meituan, NetEase และ TAL Education Group ขณะเดียวกันลดสัดส่วนลงทุนในหุ้น Vipshop ลง 3 จุดเปอร์เซ็นต์ และลดลงทุนใน New Oriental Education ลง 2 จุดเปอร์เซ็นต์ พร้อมปรับลดลงทุนเล็กน้อยในหุ้น Alibaba, Kuaishou Technology และ Xiaomi
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





