“ทรัมป์” โวผลงานตลาดหุ้นนิวไฮ 53 ครั้ง-จ่ออัดฉีดเงินเกษียณคนละ 1,000 ดอลล์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ในวันนี้ตามเวลาไทย (25 ก.พ.) โดยกล่าวชื่นชมการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะช่วยสมทบเงินออมเพื่อการเกษียณแก่แรงงานสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เขาแทบไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อลดความกังวลของตลาดวอลล์สตรีทเกี่ยวกับทิศทางนโยบายภาษีและการค้าโลกในอนาคต

คาเรน จอร์ริตสมา หัวหน้าฝ่ายตราสารทุนออสเตรเลียจากอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ (RBC Capital Markets) ในซิดนีย์กล่าวว่า “ผู้คนอาจกำลังมองหาสัญญาณบางอย่างที่ชัดเจนในเรื่องภาษี และดิฉันไม่คิดว่าเราได้เห็นสัญญาณเหล่านั้น”

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ประกาศความสำเร็จในแถลงการณ์โดยชี้ว่า ตลาดหุ้นสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ถึง 53 ครั้ง นับตั้งแต่ที่เขาคว้าชัยในศึกเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อเดือนพ.ย. 2567

ทรัมป์กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดหุ้นทำผลงานได้ดีเยี่ยมและสร้างสถิติใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บัญชีเงินออมเพื่อการเกษียณประเภท 401(k) ของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศแผนในปีหน้า ที่จะสมทบเงินเข้าบัญชี 401(k) ให้กับพนักงานสูงสุดไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์ต่อคนสำหรับแรงงานอเมริกันที่ถูกมองว่าไม่ได้รับความสนใจ และไม่มีแผนเกษียณที่นายจ้างร่วมสมทบเงิน โดยยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนดังกล่าว

สุนทรพจน์ครั้งนี้มีขึ้นในช่วงสำคัญสำหรับนักลงทุน ซึ่งต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และต้องการเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI ที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดผันผวน แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วยเช่นกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)