“คมนาคม”เตรียมสรุปผลสอบถนนทรุดตัวหน้ารพ.วชิรฯ สัปดาห์หน้า เปิดใช้ถนน 1 เลน ต้องรอ มี.ค.70

นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เหตุพื้นถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล จุดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บริเวณสถานีวชิรพยาบาล (PP19) ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 68 เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ เตรียมสรุปผลสอบสวนภายในสัปดาห์หน้า และจัดทำรายงานผลการสอบสวนต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และจะมีชี้แจงต่อสาธารณะต่อไป

ทั้งนี้ ผลการสอบสวนจะไม่ได้ชี้ว่าใครผิดใครถูก จะเน้นไปที่การสืบหาข้อเท็จจริงมากกว่าเกิดจากอะไร

นายปัญญา เปิดเผยว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนแนวโน้มชี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยมีปัจจัย 4 ข้อที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดเหตุขึ้น ประกอบด้วย 1.น้ำที่รั่วจากท่อเมนใต้ดินของการประปา 2.บ่อพักสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ใต้ดิน 3.กำแพงที่จอดรถใต้ดินของวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นแนวปิดกั้นทางน้ำใต้ดิน และ 4.เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือน มี.ค.68 ซึ่งมีผลกระทบต่ออุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินตัวบนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยบริเวณดังกล่าว อุโมงค์ทางวิ่งรถไฟฟ้าออกแบบเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยอุโมงค์ตัวล่างก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่พบการเคลื่อนตัว หรือได้มีผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า การซ่อมแซมถนนบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยังจำเป็นต้องใช้พื้นที่ให้เครื่องจักรทำงานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยคาดว่า จะสามารถคืนผิวจราจรถนนสามเสนหน้าโรงพยาบาลวชิระให้สัญจรก่อน 1 ช่องทาง ในเดือน มี.ค.70 นี้ โดยมีการประเมินวิธีการซ่อมแซมหลายแบบ ทั้งวิเคราะห์ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ การทำกำแพงกันดินล้อมแนวอุโมงค์ เพื่อปิดทางน้ำที่จะเข้าไปในสถานีให้ได้ก่อน แล้วจึงจะค่อยซ่อมผนังอุโมงค์ที่เสียหาย

สำหรับบริเวณดังกล่าว เป็นส่วนโครงสร้างใต้ดิน ตัวสถานีและอุโมงค์ทางวิ่งรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งหน้าไปทางรัฐสภา ซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อนกัน 2 ชั้น ลึกประมาณ 40 เมตร

ขณะที่ภายในตัวสถานี มีน้ำเติมเข้าไปเต็ม โดยแผนงาน ในเฟสแรก จะทำกำแพงกันดินชุดแรกยาวจากตัวสถานีออกมาประมาณ 15 เมตรก่อน เพื่อปิดล้อมพื้นที่ เสร็จในเดือนเม.ย.69 และเดือนพ.ค.69 จะเริ่มสูบน้ำออกจากสถานี จากนั้นถึงจะเริ่มเข้าไปซ่อมแซมผนังอุโมงค์ในตัวสถานีใต้ดิน รวมถึงเก็บชิ้นส่วนในสถานีที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับแผนงานในเฟส 2 จะมีการทำกำแพงกันดินต่อออกไปอีก 30 เมตร คาดจะแล้วเสร็จปลายปี 69 นี้ โดยพื้นที่ก่อสร้างกำแพงกันดิน อยู่ลึกลงไปประมาณ 40 เมตรจากพื้นดิน ส่วนการก่อสร้างที่ทำการสถานีตำรวจนครบาลสามเสนแห่งใหม่ คาดว่า จะแล้วเสร็จในปี 70

ทั้งนี้ ผู้ว่า รฟม. ยืนยันว่า การซ่อมแซมจะเสร็จทันตามกรอบเวลาเดิมภายในเดือน ต.ค.70 ส่วนค่าซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น เป็นภาระของผู้รับเหมา ประเมินเบื้องต้นมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งผู้รับจ้างสามารถเคลมกับบริษัทประกันได้

อย่างไรก็ตาม รฟม.ได้สำรวจแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินประเมินได้ว่า จุดบริเวณถนนสามเสน ที่เกิดเหตุมีปัจจัยเฉพาะจุด โดยสัญญาที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงเตาปูน – หอสมุดแห่งชาติ มีระยะทางประมาณ 4.8 กิโลเมตร มี CKST-PL JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 19,430 ล้านบาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 69)